[fanfic sherlock bbc] Love : Psychopathy (morrene)

แก้บนอีกแล้วค่ะ….
Pairing : Jim Moriaty X Irene Adler

……………………………………………………………………………………………………………

เธอเดินกระแทกเท้าเข้ามาในห้อง เปิดประตูโดยที่ไม่เคาะ ระหว่างที่เสียงดังก้องของส้นสูงหยุดลงทันทีที่เจอพรม

นั่นทำให้เขารู้สึกชอบพรมเปอร์เชียขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

.

จิมชวนให้เธอนั่งโดยที่เขายังคงไม่ลุกจากตำแหน่งด้านหลังโต๊ะทำงานตัวโต ส่วนระบบไฮโดรลิกก็ทำหน้าที่ปิดประตูของมันเหมือนอย่างเคย

ไอรีนนั่งลงบนเก้าอี้ ประจันหน้ากับเขาโดยที่มีโต๊ะบ้าๆกั้นระหว่างกัน

.
ดวงตาเรียวกวาดมองรอบๆห้อง มองไปยังแจกัน รูปภาพด้านหลัง แล้วอ่านชื่อแฟ้มเอกสารตรงด้านหลังอย่างลวกๆ ทั้งหมดนั่นไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ยกเว้นก็แต่เรื่องที่มันดูธรรมดาเกินไปขัดกับเจ้าของห้อง หล่อนหยุดสายตาที่ป้ายชื่อ แสดงท่าทีประหลาดใจเล็กๆขึ้นมาอย่างไม่คิดจะปกปิด แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา

ยอมรับเลยว่า คำว่า จิม มอริอาตี้ กับ มหาวิทยาลัย ยังคงฟังดูขัดแย้งกันในหัวของเธอหน่อยๆ
เกิดคำถามขึ้นในหัวอย่างช่วยไม่ได้
.

เขาเป็นศาสตราจารย์โดยผ่านการประเมินทางจิตมาได้ยังไง?

แน่นอนมันค่อนข้างเหลือเชื่อเลยที่นักจิตวิทยาระดับต้นๆของประเทศจะดูไม่ออก

.

“คุณกำลังประเมินผมอยู่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ ส่วนไอรีนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ขยับตัวเล็กๆให้ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เริ่มใจเย็นลงนิดหน่อยจากที่หัวเสียในตอนแรก

“คุณผ่านการประเมินทางจิตจริงๆน่ะเหรอ? Psychopath อย่างคุณเนี่ยนะ?”
เขาแสดงท่าทีไม่พอใจยิ่งขึ้นไปอีก

“บอกเรื่องเจ้าหนูโฮล์มส์มาก่อน แล้วผมจะบอกคุณ”
.

ไอรีนเม้มปาก ตัดสินใจระหว่างบอกทุกอย่างไปตามตรงและดัดแปลงข้อมูลนิดๆน้อยๆเพื่อตัวเธอเอง แต่พอคิดดูอีกทีการเล่นกับมอริอาตี้คงจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาด เขาไม่ใช่พวกใจอ่อนและเลาะแหละเหมือนโฮล์มส์ ซึ่งนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่น่ากลัว

“เขาได้ข้อมูลไปแล้ว ไหนคุณบอกว่าไม่มีวัน?”

“จอห์น วัตสัน เป็นตัวแปลที่คาดเดาได้ยาก..” และเธอก็เพิ่งสังเกตว่าเขามีท่าทีที่นิ่งขรึมกว่าทุกครั้ง ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ ไม่พูดด้วยทำนองขึ้นๆลงๆอย่างปกติด้วย

บทบาทศาสตราจารย์แบบนั้นมันทำให้เขาดูน่าขนลุกไปอีกแบบ

แต่นั่นก็ไม่สำคัญหรอก
.
เธอกอดอก ยกขาขึ้นไขว่ห้าง

.

“หรือแค่อยากให้ฉันเดินตามเกม?”

.

มอริอาตี้เลี่ยงไม่ตอบโดยการยกชาขึ้นจิบระหว่างที่ขยับหมากรุกซึ่งตั้งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะ บังคับควีนของฝั่งสีขาว เขี่ยเบี้ยฝั่งสีดำออกจากกระดาน

พอรู้ว่าจะไม่ได้คำตอบไอรีนก็ถอนหายใจ
.

“บอกฉันสิ เรื่องที่คุณผ่านประเมินทางจิตน่ะ มันน่าสนใจจริงๆนะ?”

.

“สิ่งหนึ่งที่มองจากคนละด้านก็จะได้มุมมองที่ต่างกัน ผมก็แค่หมุนมันนิดหน่อย ให้คณะกรรมการเห็นสิ่งที่ผมต้องการให้เห็น”

เธอเลิกคิ้วประหลาดใจ

“แล้วสิ่งไหนที่คุณอยากให้เขาเห็น”

.

เขายิ้ม ไอรีนเพิ่งรู้ตัวว่าคิดถึงมันก็ตอนนี้

.

“รู้ไหมว่าคนโรคจิตกับคนมีความรักเหมือนกันตรงไหน?” มอริอาตี้เปลี่ยนคำถาม ท่าทางกึ่งๆจริงจังทำให้เธอรู้สึกเหมือนเด็กอายุ 19 ที่กำลังฟังอาจารย์บรรยาย โดยท่าเฉพาะท่าทางที่วางแขนทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน โน้มตัวลงมาเล็กๆแบบนั้น มันให้ความรู้สึกที่น่าเกรงขามออกมา

“มันเป็นอาการทางจิตเหมือนกัน ทั้งสองอย่างเกิดจากสารเคมีในสมอง และคำว่า Psycho มีรากศัพท์มาจาก Psyche ซึ่งเป็นคนที่ต่อสู้เพื่อความรักตามตำนานกรีก”

เธอเริ่มเข้าใจ

“งั้นสิ่งที่คุณทำก็แค่เป็นความโรคจิตของตัวเองให้กลายเป็นคนที่กำลังตกหลุมรักใครสักคนงั้นเหรอ?”

ชายหนุ่มไม่ตอบ โคลงแก้วชาในมือแล้วมองมันเหมือนถูกสะกดจิต

.

“การแกล้งรักใครสักคนเป็นเรื่องที่ง่าย” ไอรีนให้ความเห็น ดวงตาคู่สวยมองเขา “การรักใครสักคนมันเป็นเรื่องที่ยากกว่า”

จิมแค่นเสียงเบาๆออกมาทีหนึ่ง

“คนที่มีความรักคือคนบ้า” น้ำเสียงของเขาฟังดูเป็นการวิจารย์มากกว่าการออกความเห็น

คนฟังโคลงหัว ฉายเเววเหมือนไม่ค่อยเห็นด้วยในดวงตาชั่ววูบแล้วก็กลับมาเรียบเฉย แล้วนั่งเงียบ
เหมือนต่างคนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่พูด
.
มีเวลา
.
แต่ไม่มีความกล้า

.

“นายน่าจะเป็นศาสตราจารย์ด้านปรัชญาและวรรณกรรมแทนจะเป็นศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์นะ” เธอพูดขึ้นในที่สุด บรรยากาศเงียบเชียบน่ะชอบนะ แต่จิมก็ยังทำให้มันกลายเป็นเยือกเย็นได้อย่างทุกที และนั่นเป็นสิ่งที่เธอเกลียด
.

“ปรัชญาและวรรณกรรมงั้นเหรอ? น่าเบื่อจะตาย” จิมพูด ตีสีหน้าปุเลี่ยนๆ

“คณิตศาสตร์ก็พอๆกันแหละน่า”

“อย่างน้อยๆมันก็ชัดเจนกว่า ขอบเขตของคำตอบมันชัดเจนกว่า”

เธอถอนหายใจ

แต่ที่เขาพูดมาก็ถูก และแต่ละคนก็มีสิ่งที่สนใจแตกต่างกันไป

.
เป็นอีกครั้งที่ทั่วทั้งห้องเงียบ
ไอรีนมองเขา แล้วก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง พอคิดว่าจะไม่ได้ข้อมูลหรืออะไรที่น่าสนใจจากตรงนี้อีกก็ควรจะไป
เธอรวบกระเป๋าถือเอาไว้ด้วยมือเดียว แล้วลุกขึ้นโดยที่ไม่ได้พูดบอกลา
.

จิมใช้เวลาเพียงชั่ววินาทีเพื่อคิดที่จะเรียกเธอเอาไว้

“เฮ้”
ไอรีนหยุดมอง แล้วจ้องตอบโดยที่ไม่พูดอะไร

.

ชายหนุ่มขยับยิ้มกว้าง

.

“ผมกำลังเป็นบ้า”

………………………………………………………………………………

จะมีใครเข้าใจบ้างว่าจิมกำลังสื่ออะไร 555

.

“อย่างที่ผมบอก คนที่มีความรักคือคนบ้า”

“ผมกำลังเป็นบ้า”

.

โครตอ้อม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s