[fanfic sherlock] showcase part 2

————————————————————————————————————

เป็นเรื่องที่เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของพ่อลูกโฮล์มส์อย่างเชอร์ล็อคและคลาร่าเป็นไปในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

เพราะอย่างนั้นเวลาจิบชายามบ่ายจึงไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีและผ่อนคลาย

แต่อึดอัดและตึงเครียดที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้

คลาร่าจึงแอบเรียกมันว่า เวลาสอบสวน เพราะเวลาจิบชาในครอบครัวของเธอมีไว้แต่เฉพาะซักถามข้อมูลอะไรสักอย่างที่ต้องการเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อกระชับความสัมพันธ์แต่อย่างใด.

.

“บอกมา” คลาร่าเลื่อนสายตาจากชาในถ้วยไปหยุดอยู่ที่เขาระหว่างตีหน้าซื่อแกล้งประหลาดใจกับคำถามที่ได้ยินด้วยท่าทีไร้เดียงสา

แต่พอดวงตาคมคู่นั้นหรี่ตามองมาด้วยสายตารู้ทันเธอก็แค่นหัวเราะ ยอมถอดหน้ากากออก

ค่อยๆเผยให้เห็นร่องรอยความเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏอยู่ใบบนหน้าที่ละนิด โดยเฉพาะตอนที่ดวงตาคู่นั้นมองข้ามเขาไปยังโต๊ะเขียนหนังสือที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารระเกะระกะเต็มไปหมดอย่างมีนัยยะ

“พ่อน่าจะรู้ทุกอย่างอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ?” เธอพยักเพยิดไปทางกองเอกสารพวกนั้นพลางลากสายตากลับมาสบตาเขา “อาจรู้ดีกว่าที่หนูรู้ด้วยซ้ำ”

.

“ยกเว้นก็แต่หลักฐานที่ลูกเอาไป” เชอร์ล็อคพูดตอบกลับด้วยความใจเย็นอย่างถึงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

จรดปรายนิ้วของมือทั้งสองข้างเข้าหันกันอย่างที่ชอบทำทุกครั้งเมื่อต้องใช้ความคิด.

และนั่นทำให้เธอเผลอเม้มปากเข้าหากันแน่น.

“หนูไม่ได้เอาอะไรไป”

.

โกหก

.

เขาตราหน้าผ่านสายตา และจับแววความไม่พอใจที่ปรากฏอยู่ชั่ววูบในดวงตาของลูกสาวได้ทันท่วงที

“ลูกเอาหลักฐานไป” เขาย้ำ และพอเห็นคลื่นความไม่พอใจปรากฏขึ้นมาอีกวูบก็เหยียดยิ้มออกมา พอรู้แล้วว่าตัวเองมาถูกทางก็ย้ำเสียงเข้มขึ้นมาอีกรอบ.

“ลูกเอาหลักฐานไปจากที่เกิดเหตุ”

.

ที่เกิดเหตุ” คลาร่าทวนคำเสียงขึ้นจมูก กรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายไม่คิดจะปกปิด แต่ในหัววางแผนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างว่องไว และคำนวณความเสี่ยงที่จะสำเร็จอยู่ในหัว ก่อนที่จะเพิ่งรับรู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเลขและความน่าจะเป็น สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการถ่วงเวลาจนกว่าเธอจะคิดหาทางรับมือได้ต่างหาก

“พ่อหัดใช้คำว่า ที่เกิดเหตุ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ?”

.

“แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ลูกหัดขโมยหลักฐานไป?”

.

คลาร่าก้มลงจิบชา และรู้สึกว่ารสชาติหวานหอมนั้นกร่อยลงไปกว่าครึ่ง

“มันเป็นของหนู”

เธอเริ่มเรียนรู้ว่าครั้งนี้การโกหกไม่ได้ช่วยอะไร

“มันไม่ใช่ของลูก”

ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ในขณะที่มือเรียวเผลอกระแทกถ้วยชาลงกับโต๊ะอย่างไม่ตั้งใจ แต่เสียงนั้นมันดังกังวานทั่วห้องและราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่าความอดทนของทั้งสองคนต่างก็พังลงพร้อมๆกัน.

.

ในเมื่อโกหกไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบอะไรเสียดีกว่า

.

คลาร่าลุกขึ้นยืนแล้วจ้ำอ้าวข้ามห้องไปยังโซฟา ดึงแขนโรซี่ที่นั่งฟังอย่างเงียบมาตั้งแต่ต้นให้เดินตามไปด้วย

แล้วเธอก็เดินออกไปโดยไปโดยที่ไม่เหลียวหลังกลับมามองแม้แต่นิดเดียว ปิดประตูห้องตามหลังเสียงดังด้วยอารมณ์ แต่ไม่มีใครดุเพราะรู้ว่ายิ่งเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ

.

โรซี่มองคลาร่าที่กอดอก พ่นลมหายใจพยายามจะจัดการให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นแล้วก็คิดว่ายังอยู่ในระดับที่ดวงคุมตัวเองได้ก็ค่อยโล่งใจขึ้นหน่อย

“แล้วคืนนี้จะยังให้พี่ค้างที่นี่อยู่อีกหรือเปล่า?”

คนเป็นน้องพยักหน้าหงึกหงักแทนคำยืนยันแล้วเดินนำขึ้นไปชั้นบนที่เป็นห้องนอนแยกอีกห้องสำหรับตนเอง ส่วนมือก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจากเสื้อโค้ท ติดต่อหาเบอร์ที่คุ้นเคยดีอย่างรวดเร็ว.

“ยังสายไปหรือเปล่าคะสำหรับข้อตกลงที่เราเคยคุยกันไว้?”

..

ร่างเพรียวยืนพิงกรอบประตู โดยที่ดวงตาสีเทาจับจ้องไปที่น้องสาวที่ดูอารมณ์ดีขึ้นมาฉับพลันอย่างไม่วางตา มั่นใจว่าคลาร่าต้องวางแผนอะไรเอาไว้ในใจเสร็จสรรพตั้งแต่เดินออกมาจากห้องนั้น

.

“คิดจะทำอะไร?”

.

คลาร่าขยับยิ้มขึ้นมาขณะที่เลื่อนสายตาไปมองนาฬิกาเหนือประตูแล้วหันกลับมามองพี่สาวเหมือนอย่างเดิม “นอนน่ะสิ”

.

คนฟังมองรอยยิ้มด้วยสายตาไม่ไว้วางใจขึ้นมาทันที

“ไม่ใช่ว่ามีแผนอะไรอยู่หรือไง?..”

.

และนั่นทำให้เด็กหญิงขยับยิ้มกว้างขึ้นมากกว่าเดิม ดวงตาเป็นประกายเหมือนสะท้อนดวงดาว

ระหว่างที่ยกนิ้วขึ้นมาจรดริมฝีปาก ส่งสัญญาณว่าให้เงียบอย่างไม่จริงจัง ไม่ยอมตอบคำถามนั้นโดยทันที

ทิ้งให้คนถามต้องส่ายหัวอย่างระอา

รอตายเอาดาบหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ.

แต่เธอเชื่อมั่นในตัวคลาร่า..

.

.

.

โรซี่ถูกปลุกให้ตื่น ดวงตาคู่สวยตวัดมองนาฬิกาก่อนอย่างแรกและพบว่ามันเป็นเวลาตีสอง เธอจึงหันมามองน้องสาวตัวดีที่เป็นคนปลุกเป็นอย่างที่สองแบบเคืองๆ

“มีอะไร?”

“หยิบของแล้วออกไปกันได้แล้ว” คลาร่าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังไปกว่ากระซิบ ระหว่างที่ยัดไฟฉายใส่มือเธอ แล้วรั้งแขนให้ลุกขึ้นจากเตียงตามลำดับ ปิดท้ายด้วยการโยนเสื้อโค้ทมาให้แบบลวกๆ

“เดี๋ยว นี่เราจะไปไหนกัน?”

.

คลาร่าหันมายิ้มตอบกลับเสียงใส “ทำตามแผนไง”

แล้วเธอก็โยนเชือกไปลงจากหน้าต่าง คว้าเก้าอี้มาแล้วปีนลงไปอย่างคล่องแคล่วเสียจนน่าแปลกใจ

“รีบๆตามมาเร็ว!

คนฟังมองทุกอย่างแล้วเม้มปากแน่น ไม่มีทางเลือกอะไรอื่นแล้ว

อย่างน้อยๆเธอก็ปล่อยให้คลาร่าไปก่อเรื่องเองคนเดียวไม่ได้.

.

มือเรียวคว้าเชือกขึ้นมาถือไว้ แล้วปีนตามลงไปอย่างระมัดระวัง.

.

“ขอให้นี่มันเป็นทางเลือกที่ดีแล้วด้วยเถอะ…..” โรซี่ภาวนา ก่อนจะพ่นลมหายใจ เรียกความกล้าของตัวเองออกมา.

.

ทั้งสองคนมายืนอยู่ด้านหลังตึก คลาร่ากระตุกเชือกรอบหนึ่งจนปมด้านบนมันหลุดออกแล้วเธอก็ม้วนมันซ่อนเก็บไว้แถวๆนั้น แล้วหันไปมองพี่สาวที่กำลังสวมเสื้อโค้ทให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเพราะอากาศตอนกลางคืนในฤดูใบไม้ร่วงหนาวจับใจ.

“เรากำลังจะไปไหนกัน..” โรซี่ถามโดยลมหายใจของเธอกลายเป็นควันขาวๆ

.

“สก็อตแลนด์ยาร์ด”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s