[fanfic sherlock] showcase part 1

คุยกันนิดดด

อันนี้เป็นฟิคเชอร์ล็อครุ่นลูกนะคะ โดยอิงจากเวอร์ชั่นซีรี่ย์ค่ะ วางแผนไว้ราวๆสิบตอนเลยค่ะ…..

.

——————————————————————————————————————————–

เสียงปืนดังลั่น พร้อมๆกระสุน .40 ที่วิ่งทะลุอก

คนตายล้มลงกับพื้นโดยที่ไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
.

เขาก้มลงเก็บปลอกกระสุนอย่างใจเย็น

แล้วเดินเข้าไปทำตามขั้นต่อไปของแผน

โดยที่ปากยังคงพึมพำท่องพระคัมภีร์ สลับกับสารภาพบาปอันใหญ่หลวงในมือ

แต่เขารู้ดีกว่าใครว่าพระผู้เป็นเจ้าจะไม่มีวันเห็นใจเขาหรอก
.

…………………………………
.

เด็กหญิงวัยสิบปีเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง แล้วเขย่งเท้า ชะโงกหน้าโดยพยายามจะมองเข้าไปด้านในที่เกิดเหตุ สอดส่องสายตาไปทั่วเท่าที่จะทำได้

เธอรู้อะไรมากกว่าที่พวกตำรวจรู้

ศพนั้นถูกใช้เพื่อส่งข้อความมาถึงโฮล์มส์
.

ไม่ใช่เชอร์ล็อค แต่เป็น คลาร่า โฮล์มส์
.

ดวงตาคู่โตกวาดกลับมาหยุดลงที่มือตัวเอง เริ่มวางแผนอย่างว่องไว
.

“คุณลุงคะ” เธอหันไปเรียกตำรวจนายหนึ่งที่อยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเศร้า ปนๆไปกับตื่นตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างชี้นิ้วไปที่ร่างไร้วิญญาณ “นั่น.คุณอา?….เขาใช่ คุณอาของหนูหรือเปล่าคะ?…”

ตำรวจคนนั้นอ้าปากจะพูด แต่พอเห็นสีหน้าเด็กหญิงก็เปลี่ยนใจหันไปเรียกอีกคนให้เดินมาตรงนี้แทน

คลาร่ารีบพูดทันทีอย่างร้อนใจด้วยน้ำตารื้นที่ขอบตาตอนที่ตำรวจอีกคนเดินเข้ามาสมทบ “หนูอยากมั่นใจว่าเขาเป็นคุณอาของหนู..”
.

เพียงแค่นั้นเธอก็ได้เดินเข้ามาในที่เกิดเหตุ ตรงไปยังศพโดยไม่ต้องเสียเวลาไปมากกว่านั้น
.

“เป็นเขา… เป็นเขาจริงๆด้วย” คลาร่าพูดพึมพำในลำคอ แล้วจ้องตาตำรวจทั้งสองคน “หนู…ขออยู่คนเดียวสักพักได้ไหมคะ?”

ทั้งคู่มองหน้ากัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเหล่ตาลงมามองเธออย่างชั่งใจ

แต่พอเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มพร้อมกับสีหน้าสลดของเด็กหญิงก็ยอมถอยออกไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวตามต้องการ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตนเองตกหลุมพรางเล็กๆของเด็กตรงหน้าเข้าเต็มๆ
.

คลาร่าหยุดตีหน้าเศร้าในทันทีที่ไม่มีใครจับตามองแล้วปาดน้ำตาออกลวกๆด้วยหลังมือ เธอมองทุกอย่าง เพื่อจดจำข้อมูลให้มากที่สุดลงสู่ สมอง

ทุกอย่างไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งของธรรมดาที่คุณจะพบได้ทั่วไปในที่เกิดเหตุทุกแห่ง

เธอเลยหันมาให้ความสนใจกับข้อความบนแขนที่ตั้งใจทิ้งไว้เป็นอย่างสุดท้าย
.

มันเป็นรอยมีดกรีดบนผิวหนังอย่างประณีต เห็นได้ชัดว่าเกิดหลังจากเสียชีวิตแล้ว
.

I’m back
.

รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า ในขณะที่เธอพาร่างตัวเองเคลื่อนเข้าไปใกล้มากกว่านี้อีกนิด แกะกำลังข้อมือเงินที่คล้องอยู่กับแขนข้างนั้นอย่างเบามือ มันเป็นกำไลเรียบๆ ที่มีรอยสลักอยู่โดยรอบ เป็นรหัสตัวเลขบางอย่างที่เธอค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะเป็นกุญแจไปสู่อะไรบางอย่างแน่นอน แต่ที่แน่นอนคือมันเป็นข้อความที่ส่งมาถึงเธอ
.

แล้วคลาร่าก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนที่ใครจะได้ทันสังเกต เธอเดินเข้าไปหาเด็กสาวอีกคนที่ยืนกอดอกมองมาหน้ามุ่ย ไม่ใช่อาการเอาแต่ใจ แต่เป็นอาการไม่พอใจแบบที่พี่สาวกำลังจะดุ ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นน้องสาวต่างสายเลือดก็ตามที

“คลาร่า!”

เจ้าของชื่อยิ้มหวานประจบ ระหว่างเก็บกำไลใส่กระเป๋าเสื้อโค้ท “ว่าไงคะพี่โรซี่?”
ดวงตาสีนิลตวัดมองกำไล ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบคนตรงหน้าโดยที่ไม่ได้พูดถึงมัน

“ห้ามหนีมาคนเดียวแบบนี้อีก!”

คนฟังเอียงคอ ดูน่ารักน่าชัง แล้วอธิบายเสียงนุ่มนิ่มน่าฟัง สวมหน้ากากเด็กดีแบบมิดชิด เสียอยู่อย่างเดียวคือคนเป็นพี่นั้นโตมาด้วยกันจนรู้นิสัย

“หนูต้องแอบเข้ามา คนเดียวมันจะสะดวกกว่าค่ะ”

โรซี่ขมวดคิ้ว เริ่มตามไม่ทันเพราะรู้ว่าคลาร่าไม่เคยต้องแอบเข้าไปที่เกิดเหตุ อาศัยชื่อโฮล์มส์ก็ผ่านเข้าไปง่ายๆได้ทุกครั้งอยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องลำบากอะไรมากมาย
.

เธอมองพี่สาว ดูออกในพริบตาว่าสงสัย และเธอก็มั่นใจในตัวโรซี่ว่าเป็นคนฉลาดมากกว่าที่เห็น เพียงแต่อาจไม่เฉลียวเท่านั้นเอง และเรื่องอย่างนี้พอจะขัดเกลากันได้บ้าง คลาร่าเลยตัดสินใจจะถามกลับแทนที่จะบอกออกไปตรงๆ

“คิดว่าทำไมล่ะคะ?”

โรซี่นิ่ง แล้วสบกับนัยน์ตาสีคาราเมลเป็นประกายของคนตัวเล็กกว่า

เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างอีกนิด
.

“เพราะไม่อยากให้อาเชอร์ล็อครู้?..”

คราวนี้รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของคนเป็นน้องเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ

นั่นล่ะ วัตสันของเธอ
.

“แล้วทำไมถึงไม่อยากให้อาเชอร์ล็อครู้ล่ะ” เด็กสาวถามต่ออีก ยังไงมันก็น่าประหลาดใจ แถมยังดูเหมือนจะอันตรายถึงชีวิต แต่ดูเหมือนว่าคลาร่าเองก็จะไม่ได้สนใจเรื่องความเป็นความตายเท่าๆกับที่สนใจ
เพราะมันมีบางสิ่งที่เธอต้องรู้ให้ได้แม้ต้องแลกด้วยชีวิต
“หนูจำเป็นต้องนำหน้าเขาหนึ่งก้าวค่ะ” โรซี่ไม่ได้เข้าใจอะไรมากขึ้น แต่รู้ตัวว่าตอนนี้ถามอะไรเข้าไปในตอนนี้ก็คงไม่ได้คำตอบกลับมาอีกก็ยอมปิดปากเงียบอย่างฉลาด
ในขณะที่คลาร่าเองก็ไม่ยอมพูดเรื่อง ข้อความ จากฆาตกร เพียงแค่ตระหนักถึงมันอย่างเงียบเชียบ และคอยย้ำเตือนกับตนเองให้มั่นใจว่าตนเองกำลังอยู่ในจุดไหนของเกม
.
พลาดเพียงก้าวเดียว หมายถึงชีวิต
แต่เธอจะไม่พลาด
คลาร่า เอ. โฮล์มส์ จะไม่มีวันพลาด

.

TBC

[fanfic] Love (GilXenkidu)

ฟิคแก้บนอีกแล้วค่ะ…

Pairing : GilGamash X enkidu

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะว่าทำไมถึงต้องแต่งคู่นี้ดราม่าทุกอัน

……………………………………………………………………………………………………

“รัก”

น่าเสียดายที่เอนคิดูไม่เข้าใจ

.

เอนคิดูยกมือขึ้นสัมผัสหน้าอกข้างซ้าย

ไม่มีหัวใจอยู่ตรงนั้น

.

ร่างสูงเดินเข้าไปหา เสียงฝีเท้าตัวสะท้อนจนกึกก้องทุกย่างก้าว

เขาหยุดลง ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆอีกคน

ดวงเนตรสีมรกตผละมาสบตา ริมฝีปากบางวาดรอยยิ้มหวานแทนคำทักทาย

“ยังคงคิดเรื่องหัวใจอยู่อีกหรือ?”

เอนคิดูพยักหน้า

“ข้าอยากมีหัวใจ” เขาเลิกคิ้ว พอนึกถึงหัวใจดวงนั้นไม่ได้มีอยู่เพื่อเขาก็เผลอพูดออกไปไม่ทันยั้งคิด

“ไม่ต้องมีหรอก”

คนตัวเล็กกว่ามองอย่างไม่เข้าใจ “ข้าจะได้รู้สิ่งที่ท่านเพียรพยายามบอกสักที”

.

กิลกาเมชจึงขยับยิ้มกว้าง “เช่นนั้นข้าจะพูดจนกว่าเจ้าจะเบื่อฟัง”

.

“รัก”

.

เอนคิดูหัวเราะออกมาแผ่วเบา

“เช่นนั้นข้าจะฟังจนกว่าเจ้าจะเบื่อพูด”

.

“รัก”

.

แม้จะเป็นถึงตอนสุดท้าย กิลกาเมชยังคงกุมมือนั้นไว้

“รัก”

คอยพร่ำกระซิบบอกไม่ห่าง

.

ร้องให้

แล้วเอนคิดูก็ร้องให้ออกมา

เข้าใจแล้วทั้งความรัก ความอบอุ่นทั้งหมด แม้จะเป็นนาทีสุดท้ายของชีวิตปลอมๆ

แต่ก็เข้าใจหมดแล้ว

รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นทั้งน้ำตา

.

“รัก”

.

ครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย

สำหรับคำว่ารัก ที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาพร้อมกัน

[fanfic sherlock bbc] our’s song (sherlockxirene)

เป็นฟิคที่มาจากอารมณ์ชั่ววูบคนแต่งเองค่ะ….

pairing : Sherlock Holmes X Irene Adler

คาดหวังจะให้ปวดตับค่ะ แต่ไม่รู้คนอ่านจะปวดตับหรือเปล่า….

…………………………………………………………………………………………………….

โด

.

ไอรีนหยุดอยู่ตรงหน้าประตู ชะงักมือที่กำลังจะจับลูกบิดเมื่อได้ยินเสียงไวโอลินดังขึ้น

ราวกับต้องมนต์ เธอหยุดนิ่งยืนฟังเสียงเพลงด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบอยู่ในอก

ท่วงทำนองช้าๆ ไม่คุ้นหู ประหลาดทว่าทั้งอบอุ่นและมีเสน่ห์

หล่อนหลับตาลงพลางเหยียดยิ้มให้กับความน่าสมเพชในตนเอง

เขาเหมือนดนตรีทุกอย่าง

ทำให้รู้สึกดี แต่คว้าเอาไว้ไม่ได้

.

เร

.

เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่นักรัก

แต่ทุกๆข้อความที่ส่งไป เธอคาดหวังการตอบกลับแม้กระทั่งคำเดียวสั้นๆก็ยังดี

นั่นใช่ความรักหรือเปล่า?

เธอปล่อยให้คำตอบสำหรับคำถามนี้ว่างเปล่า

เพราะใจของเธอรู้ดีอยู่แล้ว

.

มี

.

เชอร์ล็อคฉลาด แต่เขาก็เป็นมนุษย์ที่ไม่สามารถจะรับมือได้ทุกเรื่องๆ

ถ้าไม่นับดาราศาสตร์ เขาก็โง่ด้านความรู้สึกของมนุษย์ โดยเฉพาะบางอย่างที่เรียกว่า ความรัก

นั่นใช่ความรักหรือเปล่า?

เขาถามตนเองอย่างนั้น

เล่นไวโอลิน สูบบุหรี่ จนเกือบจะพาลไปถึงยาเสพติด

แต่มันก็ยังคงไร้คำตอบอยู่อย่างเดิม

.

ฟา

.

ไอรีนไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก

มันสะอาด ไร้ร่องรอยของเธออย่างชัดเจน

เชอร์ล็อคคิดว่าสารในสมองเขาต้องผิดปกติแน่นอน

เพราะเขาได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยติดอยู่ที่ปลายจมูก

และได้ยินเสียงหวานๆติดอยู่ที่ปลายหู

.

ซอล

.

หญิงสาวก้มลงมองมือของตนเอง

เธอเคยคิดเสมอว่าจะต้องเป็นที่หนึ่ง จะต้องนำในเกม

แต่ครั้งนี้

เธอหวาดกลัว และยอมแพ้อย่างง่ายดาย

กลัวเหลือเกินที่จะเปิดประตูนี้ และต้องเจอหน้ากับเขา

กลัวความจริงที่จะต้องรับรู้

.

ลา

.

เชอร์ล็อคยังคงเล่นไวโอลินต่อไปเรื่อยๆ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง

ปล่อยให้เสียงดนตรีโอบกอดและเติมเต็มห้องที่ว่างเปล่า

ทดแทนเสียงหวานๆที่เขาได้ยิน

ดึงสติจากกลิ่นหอมๆที่เขาได้กลิ่น

และช่วยให้เขาได้คิด

ต่อให้มันคือความรัก

แต่ถ้าคว้าไว้ไม่ได้ ดูแลไม่ได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร?

.

ที

.

ไอรีนเม้มปากแน่น ดึงมือออกจากลูกบิด

ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว

อีกฝากหนึ่งของประตู

แต่ทำอะไรไม่ได้ แค่เจอหน้ากันก็ยังไม่ได้

คาดหวังก็ยังไม่ได้

เรื่องราวทั้งหมดจบลงแล้ว

โดยที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นเลย

[fanfic] valentine’s day (Haztom)

paring : Harrison Osterfield X Tom Holland

อนึ่ง นี่เป็นการอิมเมจิ้นของคนแต่งล้วนๆค่ะ U.U ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด

…………………………………………………………………………………………………………

วันที่ 14 กุมภาพันธ์….

ทอมอยากบอกตามตรงว่า ตามประสาคนโสด เขาไม่ได้หวังอะไรหรอก….

.

เพราะอย่างนั้นตั้งแต่เช้า เขาเลยอดแปลกใจเล็กๆไม่ได้ที่มือเช้าวันนี้ดูดีกว่าที่เคย อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่อาหารแช่แข็งตามที่เขาคาดไว้ แต่เป็นแพนเค้กราดด้วยเมเปิ้ลไซรัปดูน่ากินมากๆทีเดียว

“นายตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าหรอ?” เขาถามระหว่างที่อีกฝ่ายนั่งลงตรงข้ามกันด้วยความแปลกใจ “เพิ่งได้นอนไปเมื่อสี่ชั่วโมงก่อนไม่ใช่หรือไง?”

“ก็ตั้งนาฬิกาปลุกไง” แฮริสันตอบพร้อมรอยยิ้มน่ารัก พลางเริ่มลงมือทาน แถมยังพึมพำเล็กๆชมฝีมือของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ ทอมเลยมองด้วยความแปลกใจยิ่งกว่าเดิม ขมวดคิ้วมุ่นและยังคงไม่เริ่มลงมือทานเสียที “ปกตินายไม่ทำอย่างนี้นี่นา..”

“นี่วันวาเลนไทน์นะทอม!” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “วันวาเลนไทน์เลยนะ! ควรจะมีอะไรพิเศษบ้างสิ”

ทอมกรอกตาไปมา

“ก็โสดอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?..”

แฮริสันชะงัก เงยหน้าขึ้นมามอง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงเหมือนเดิม

แต่ทว่าทอมรู้สึก

นัยน์ตาคู่นั้นมันฉายแววบางอย่างที่ต่างออกไปจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

.

แน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของแฮริสันที่จะต้องล้างจาน ทอมเลยเพียงแค่ช่วยเก็บทุกอย่างวางไว้ในซิงค์ ก่อนจะเดินไปดูทีวีตรงห้องนั่งเล่น

“อยากออกไปไหนไหม?”

“ไม่”

“กินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง? ไม่สนจริงอ่ะ?”

“ไม่ ฉันว่ารายการทีวีพวกนี้ยังน่าสนใจกว่าเยอะ”

“อะไร ตื่นเต้นกับวาเลนไทน์หน่อยสิ ปีหนึ่งมีครั้งเดียวนะ”

เป็นอีกครั้งที่ทอมกรอกตาไปมาเบื่อๆ

“ออกไปก็เจอแต่พวกมีคู่น่ะสิ”

“ก็ออกไปเดทกับฉันไง”

ทอมเงียบ ต่อไม่ถูก เขาหยิบหมอนอิงมากอดแล้วซุกหน้าลงเพื่อหวังว่ารู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวชอบกลจะลดลงบ้าง และภาวนาอย่าให้แฮริสันเห็นมันเพราะอีกฝ่ายคงจะคว้ามือถือมาถ่ายไว้แล้วโพสต์ลงอินสตราแกรมอย่างไม่ต้องสงสัย

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นล่ะ” เขาพูดอู้อี้ผ่านหมอน และได้ยินเสียงหัวเราะของอีกคนดังแผ่วเบากระทบหู

.

แฮริสันยังคงไม่เลิกล้มความพยายาม เขาเดินมานั่งที่โซฟาข้างๆกัน

“ไม่ออกไปเที่ยวด้วยกันจริงอ่ะ?” เขาถามอีกรอบขณะมองทอมที่มุดหน้าลงกับหมอน “ไม่”

“เฮ้ นายรังเกียจฉันหรือไง?” แน่ล่ะว่านั่นเขาแค่แกล้ง แต่ดูเหมือนคนตัวเล็กที่เหม่อลอยเล็กๆจะไม่ทันรู้สึก เพราะเจ้าตัวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลกระจ่างคู่นั้นเบิกกว้าง มองเขาด้วยประกายความสิ้นหวังในดวงตา “เปล่านะ..เปล่า ไม่ คือ.. นายก็รู้” ทอมพูดปฏิเสธเป็นพัลวัน แฮริสันนึกอยากแกล้งยิ่งขึ้นเลยสวมหน้ากากนักแสดง ตีสีหน้าน้อยใจใส่อีกคน ทอมเลยยิ่งลนลาน

“คือ ไม่ ฉันไม่ได้รังเกลียดนายเลย จริงๆนะ เฮ้ ฉันซีเรียสนะ! แต่ที่ฉันปฎิเสธเนี่ย เพราะไม่อยากออกไปไหนให้เป็นข่าวต่างหาก”

“เป็นข่าว?” เสียงของแฮริสันตายด้านเสียจนเจ้าตัวยังตกใจ “จะเป็นข่าวได้ไงกัน เรื่องแค่นี้น่ะ”

“ไม่ ไม่ๆ มันเป็นแน่ๆเลยแฮซ แค่พวกเราไปไหนมาไหนด้วยกันปกติก็ยังเป็นข่าวจะตาย”

แฮริสันหลุดยิ้ม ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม มันทำให้ทอมรู้ทัน เขาเลยโดนหมอนอิงใบที่เจ้าตัวกอดอยู่นั่นแหละ ปาใส่หน้าเข้าเต็มๆ

.

ทั้งสองคนนอนเล่นบนโซฟา ใช้เวลาวันหยุดไปกับการนอนกลิ้งและรายการทีวีฮาๆที่อัดเอาไว้

แฮริสันไม่ได้ขอร้องหรือตามตื้ออีก ทอมเลยคิดว่าเขาคงจะล้มเลิกความคิดนั้นไปแล้ว

“ทำไมนายถึงตื่นเต้นกับวาเลนไทน์นัก” ทอมถามเมื่อเขาเห็นแฮริสันกำลังอัพรูปคู่กับน้องสาว, ชาร์ล็อต จากบนโซฟา เพราะแฮริสันนอนอยู่บนพื้นและตะแคงข้างอีก เขาเลยมองเห็นหน้าจอโทรศัพท์อีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“ก็ ปีหนึ่งมีครั้งเดียวนั้นล่ะ เป็นเหตุผลเดียวกับที่นายตื่นเต้นกับคริสมาสต์และปีไหม่นั่นไง?”

“ไม่ๆ มันต่างกันนะ วาเลนไทน์มันเป็นเทศกาลของคู่รัก” ทอมเถียง และขมวดคิ้วมุ่น แฮริสันตะแคงตัวกลับมามองหน้า ถามต่อ

“แล้ว?”

“ก็ นายไม่มีแฟนสักหน่อย”

“อย่าใจดำไปเลยน่าทอม ใครๆก็เอนจอยกับวาเลนไทน์ได้ ขอแค่มีความรัก” แฮริสันพูด พลางหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นอีกคนตีหน้ายุ่ง “ก็อย่างที่ฉันบอกไม่จำเป็นต้องมีแฟน ขอแค่มีความรักก็พอแล้ว”

“นาย มีความรัก?”

แฮริสันยิ้ม มองเขาด้วยสายตาแบบเดียวกับเมื่อเช้า

“ใช่”

.

ตอนสี่ทุ่ม ทอมขอตัวขึ้นไปนอนเพราะพรุ่งนี้เขามีถ่ายหนัง แฮริสันยิ้มให้แต่ไม่ได้อวยพรฝันดีเหมือนอย่างเคย

.

ทอมหลับไปแล้ว แต่เขาตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงประตูเปิดออกก่อนจะเห็นใครอีกคนกำลังเดินเข้ามา เขาสะลึมสะลือเกินกว่าจะพูดหรือขยับตัวอะไรทั้งนั้นแต่ก็มีสติมากพอจะมั่นใจว่าอีกคนที่เดินเข้ามาเป็นแฮริสัน

“จะเที่ยงคืนแล้ว” แฮริสันพูดพึมพำในลำคอ เหมือนคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองระหว่างที่คว้าเก้าอี้จากโต๊ะคอมมานั่งข้างๆเตียง ทอมไม่รู้ว่าควรจะแกล้งหลับหรือบอกอีกฝ่ายว่าเขาตื่นดี “ฉันยังไม่ได้บอกนายเลย”

ทอมคิดว่าการแกล้งหลับเป็นความคิดที่ดีที่สุดในตอนนี้

happy valentine day

.

วันวาเลนไทน์งั้นเหรอ? ก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอก ถ้ามีแฮริสันล่ะก็นะ

.

โดยไม่ต้องอวยพร ทอมมั่นใจว่าเขาจะต้องหลับฝันดี

…………………………………………………………………………………………………………….

ค่ะ… วันนี้วันที่ 16 แล้วค่ะ….//ซับน้ำตา//

ขออภัยจริงๆสำหรับความเลทนี้ค่ะ 55555

[fanfic sherlock bbc] Just stay (sherlockXlestrade)

this แอบสปอยล์ ss4 ตอนที่ 1 นะคะ

หลังจากไม่ได้อัพบล็อคมานาน วันนี้มาอัพฟิคค่ะ… 

จากคำขอของเพื่อน.. 555 

pairing : ตำรวจนักสืบ  นักสืบตำรวจ

Rate : PG

—————————————————————————————————————————-

เชอร์ล็อคมีเหตุผลในทุกๆเรื่อง

อย่างน้อยเขาก็คิดว่าอย่างนั้นนะ

เลสเตรดคิดว่าเป็นตัวเขาเองต่างหากที่ไม่มีเหตุผล

.

แต่ทว่าตั้งแต่ตอนที่เรื่องทั้งหมดนั่นเกิดขึ้น ก็ดูเหมือนว่านายตำรวจหนุ่มจำเป็นจะต้องเรียบเรียงความคิดเสียใหม่

.

นักสืบชื่อดังแห่งลอนดอนเริ่มทำตัวเอาแต่ใจตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ข่าวคราววีรกรรมนิสัยเสียๆที่ทำไว้มีมาให้ได้ยินไม่หยุดหย่อนไม่ต่างจากแต่ก่อน

เขาหลับตาลง เท้าแขนกับโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารและแน่นอนกว่าครึ่งเป็นรายงานของเด็กโข่งที่กลับมาเอาแต่ใจคนนั้น

น่าเป็นห่วงชะมัด

เกรก เลสเตรด ไม่ได้อยากยอมรับ แต่ก็ใช่ เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

.

เพราะอย่างนั้น พอรู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นว่าเขามาปรากฏตัวอยู่หน้าบ้านเลขที่ 221B เสียแล้ว

จะเข้ามาไหมจ้ะ?” มิสซิสฮัดสันถามอย่างใจดี เขาได้เพียงแต่อ้ำๆอึ้งๆ ตอบไปไม่เต็มเสียง..ครับ รบกวนด้วย ผมมาหาเชอร์ล็อคนี่เขา——–” ยังไม่ทันจบประโยคดี เสียงปืนก็ดังลั่นเสียดแก้วหูมาจากชั้นสอง เธอเลยได้แต่ตีสีหน้าเบื่อๆพูดตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงระอาเขาอยู่อย่างนั้นมาทั้งวันแล้วล่ะ

ครับ ผมจะจัดการเอง

.

ทุกอย่างเป็นไปดีกว่าที่ชายหนุ่มคาดเอาไว้ อย่างน้อยๆห้องก็ไม่รกระเกะระกะเหมือนถูกรื้อ และไม่มีกลิ่นตุๆของการทดลองประหลาดๆจากในครัว

สิ่งเดียวที่ร้ายแรงกว่าทีคาดเห็นจะเป็นเจ้าของห้องซึ่งกำลังนอนอยู่บนโซฟา

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ คนนั้น

กับท่าทางและแววตาวาวโรจน์ เลสเตรดบอกได้ไม่เต็มปากเต็มคำเท่าไหร่นักว่านี่เป็นนักสืบคนนั้นที่เขารู้จัก เพราะถ้าจะพูดให้ถูกต้อง คงจะต้องบอกว่าเป็นคนที่เขา เคย รู้จักต่างหาก

เขาจำนัยน์ตาคู่นั้นได้ มันยังคงเป็นสีเขียวและเหลือบไปด้วยสีฟ้าประกายเมื่อกระทบแสง ดูอ่อนโยนแต่กลับฉายแวววาวโรจน์บางอย่าง

และร้าวลึกไปด้วยความเสียใจ

นักสืบหนุ่มคนนั้นขยับแขน ชี้ปืนมาทางเขา

เลสเตรดไม่ได้ขยับหนีหรือพูดดุ เขาเพียงแค่จ้องตาอีกฝ่ายกลับอย่างตรงไปตรงมา ในหัวก็พยายามตั้งสติที่หนีกระเจดกระเจิงให้กลับมาใหม่

เป็นตอนนั้นที่ความคิดชั่ววูบบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว

.

จอห์น วัตสัน กำลังดึงนายขึ้นจากเหว หรือเป็นคนผลักนายตกลงไปกันแน่?

.

เชอร์ล็อคเบ้หน้าไม่พอใจ ลุกขึ้นนั่งแล้วใช้สองมือยีหัวทั้งๆที่ข้างหนึ่งยังคงกำปืนไว้อย่างนั้น

ทำไมต้องเป็นคุณด้วยเขาพึมพำด้วยเสียงทีแหบแห้ง เหลือบตาขึ้นมองสารวัตรที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า อีกฝั่งของโต๊ะกาแฟตัวเตี้ยๆที่เต็มไปด้วยกระดาษและรูปภาพรกไปหมด

ฉันเหรอ?” เลสเตรดถามกลับฉันทำไม?”

ทำไมถึงต้องเป็นคุณที่มาเห็นผมในสภาพนี้ไง!” เสียงเขาดังขึ้นมาอีกระดับ น้ำเสียงห้วนและกระด้างเสียจนนายตำรวจผงะ

เฮ้ อย่าตะคอกใส่ฉันนะ!”

.

เชอร์ล็อคเม้มปากเเน่น ก้มหน้าลงไปมองเท้าตนเองแทน

เลสเตรดถอนหายใจเพื่อเช็คว่าเขายังคงอารมณ์เย็นอยู่อย่างเดิมก่อนจะพูดขึ้นเสียงอ่อนเหมือนพูดกับเด็กเชอร์ล็อค ฉันรู้ว่ามันแย่ แต่นายจะทำตัวอย่างนี้ไม่ได้นะ

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามอง อ้าปากเตรียมจะเถียง แต่พอเจอท่าทีระอากับนัยน์ตาอบอุ่นคู่นั้นก็หุบปากฉับ หันมาพูดงึมงำในลำคอแทน

อย่าใช้สายตาอย่างนั้นกับผมนะ..”

เชอร์ล็อค!” เขาดุอีกรอบ และกรอกตาไปมาเมื่ออีกฝ่ายดูจะไม่ได้สำนึกอะไร

โอเคเด็กโข่งถอนหายใจผมขอโทษ คุณห้ามผมใช้ยา และผมเครียดเกินกว่าจะจัดการกับความคิดตัวเองได้น้ำเสียงแข็งกระด้างเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัด และสั่นเครือจนเลสเตรดเริ่มลนลานเล็กๆ เมื่อคิดดูแล้วว่าไม่ได้เตรียมรับมือกับน้ำตาของคนตรงหน้าเลยสักวิธี

เฮ้ เฮ้เขาก้าวยาวๆอ้อมโต๊ะไปนั่งลงตรงหน้าอีกคนฉันอยู่นี่ ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างจะโอเค

เชอร์ล็อคทิ้งตัว ซบหน้าลงบนไหล่อีกคนอย่างอ่อนล้า แค่นหัวเราะเบาๆมันเป็นคำพูดปลอบใจที่โง่เง่าที่สุดที่ผมเคยได้ยินมาฝ่ายคนตัวเล็กถอนหายใจ แต่ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงด้วย

เพราะนั่นเป็นความอ่อนแอที่สุดที่เลสเตรดเคยเห็นจากคนตรงหน้า ตลอดที่เคยรู้จักกันมา

.

เชอร์ล็อคไม่ได้ร้องให้ ไม่มีน้ำตา ไม่แม้แต่สะอึ้น ทั้งห้องเลยเงียบกริบ

จนกระทั่งได้ยินเสียงเขา เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหูแผ่วเบา มันไม่ได้สั่นเครือแล้ว

ผมขอโทษ…”

ผมเสียพวกเขา ผมกลัวจะเสียคุณไปด้วยอีกคน ผมเลยหันปืนใส่คุณ พยายามจะปฏิเสธตัวตนไม่ให้คุณมีอิทธิพลกับความคิดผม ผมทำไม่ได้แต่ผมก็เสียคุณไปไม่ได้

ผมขอโทษ..ผมกลัวผมปกป้องคุณไว้ไม่ได้เพราะผมปกป้องแมรี่ไม่ได้

แต่จอห์นไม่ได้ทิ้งนายไปไหนในที่สุดเลสเตรดพูดขึ้นบ้างเดี๋ยวเขาก็จะกลับมา..” และฉันจะไม่มีอิทธิพลต่อความคิดนายอีก

เขาไม่กลับมา เพื่อนของผมเขาไม่กลับมาอีกแล้ว และผมเพิ่งได้รู้ความรู้สึกเมื่อเสียใครสักคนไป..เพราะฉะนั้นมีอย่างเดียวที่ผมอยากจะขอร้อง มันอาจเป็นอย่างสุดท้ายที่ผมขอร้องคุณ

.

.

อย่าไปจากผมเลย…”