i was loved you 4

4. into the wood


คราวนี้รีมัสเป็นคนถือตะเกียงอยู่ตรงกลาง ส่วนเจมส์และซีเรียสขนาบข้างซ้ายขวา คนหนึ่งยิ้มแย้มดีแต่อีกคนหนึ่งทำหน้ามุ่ยเป็นหมาบ้า
.
พวกเขาขอแฮร์กริดมาเดินในป่าต้องสาปแทน ด้วยข้ออ้างอะไรสักอย่างของเจมส์ที่ถึงจะฟังดูไม่น่าเชื่อถือนักแต่ก็หว่านล้อมมาจนได้ รีมัสแทบอยากจะสาปส่งความหัวใสผิดเรื่องของเพื่อนสนิท
ไอ้การทำผิดกฏล่ะถนัดนัก
.
“เหมือนเราจะลืมไปเรื่องหนึ่งนะเจมส์ ป่าต้องสาปไม่ใช่เล็กๆ”
เจ้าของชื่อถอนหายใจ หยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาร่ายเวทย์ลูมอสด้วยท่าทีเหนื่อยหน่าย
“นายมีวิธีที่ดีกว่านี้ก็ว่ามาเลยซีเรียส”
.
……………………………..
“นายจะไปไหน เซเวอรัส” เรกูลัสยืนพิงประตูห้องมองเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน อันที่จริงคือรู้ทันตั้งแต่หมัดแรกที่โดนซีเรียสต่อยแล้วด้วยซ้ำ แผนโง่ๆของพวกนั้นเห็นได้ง่ายตายชัก
“แค่เดินเล่น” เขาตอบ อันที่จริงยังคงไม่เชื่อตัวเองด้วยซ้ำที่เลือกทำอะไรอย่างนี้ แต่มันเป็นไปแล้ว
“จะไปตามพวกเขา?”
เซเวอรัสถอนหายใจออกมายาวๆ
“ใช่”
ทั้งสองคนเงียบไปพักหนึ่ง จนกระทั่งเซเวอรัสเลยหน้าขึ้นมามอง เห็นเรกูลัสทำสีหน้านิ่งคิดไปพักหนึ่ง
“ฉันไปด้วย”
“หา!?”
เรกูลัสขยับไปคว้าเสื้อคลุมมาสวม ยังคงยืนยันคำเดิม “ฉันไปด้วย”.
มันอาจดีกว่าก็ได้ เพราะเซเวอรัสอาจหลบไม่พ้นตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าคุกใต้ดิน และที่สำคัญคือเขาอยากรู้ว่าซีเรียสพยายามปกปิดอะไรอยู่
เขารู้จัก พี่ชาย มากพอที่จะรู้ว่าหมอนั่นยอมที่จะทำอะไรบ้าบิ่นเพียงเพื่อที่จะปกป้องใครสักคนน่ะเป็นยังไง
.
“ขอบคุณ” เซเวอรัสพูดอะไรไม่ออกไปมากกว่านั้น
.
พวกเขาเดินเข้ามาในป่าต้องห้ามกันแค่สองคน เรกูลัสค่อยๆเกะรอยตามไปเรื่อยๆ ดูเหมือนพวกนั้นจะกระจายตัวกัน เพราะร่องรอยถูกแบ่งออกเป็นสามทาง พวกเขาตัดสินใจจะไปตรงกลางด้วยการเลือกสุ่ม
.
ป่าต้องห้ามเงียบสงัด แน่นอนว่าเวลานี้นอกจากพวกเขาทั้งห้าคนที่กระจัดกระจายกันก็คงไม่มีคนอื่นอีก สัตว์ต่างๆก็คงกลับเข้ารังหรือนอนหลับ เซเวอรัสไม่คิดว่าที่นี่จะมีสัตว์ที่ร้ายกาจจริงๆ นอกเสียจากว่าจะมีใครไปทำร้ายก่อน
.
“พวกเธอมาทำอะไรที่นี่!” เสียงร้องตะโกนพร้อมกับฝีเท้าระรัวดังใกล้ขึ้น เซเวอรัสสะดุ้งในขณะที่เรกูลัสพยายามจะนิ่ง
เซนทอร์เดินเข้ามาหาพวกเขา ดูท่าทางโกรธจัดมากทีเดียว
คนที่เป็นหัวหน้ามีท่อนบนเหมือนผู้ชาย ตวัดสายตามองเฉียบคมน่าหวาดกลัว
“ผม– ผมมาหาเพื่อน”
“พวกเธอไม่ได้รับอนุญาต” เขาตวาดชี้นิ้วมา ส่วนเซนทอร์คนอื่นๆยกธนูขึ้นเตรียมยิง
“มันจำเป็น—”
พวกเขาไม่ฟัง แต่โชคดีที่ทั้งเซเวอรัสและเรกูลัสเองก็ไว พวกเขาคว้าไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาร่ายเวทย์ป้องกันได้ทัน เสียงร่ายเวทย์ดังไปเป็นระยะกว้าง ทั้งสองคนหาทางหนีที่ไล่จนกระทั่งมีหมาดำตัวหนึ่งกระโจนเข้ามาขวาง
หมาตัวนั้นมีขนสีดำ ดวงตาสีเหลืองทอง กระโดดเข้ามางับชายเสื้อคลุมของเรกูลัสแล้วเดินลากถอยหลัง เซเวอรัสรีบถอยหนีตามไปด้วย จนกระทั่งทั้งคู่ออกนอกเขตเซนทอร์ไปนั่นแหละการปะทะถึงได้หยุดลง
เรกูลัสหันมาร่ายเวทย์ใส่หมาที่กัดจนปลิว มันพลิกตัวมาแล้วเริ่มตั้งท่าขู่กับเรกูลัสอย่างเอาเรื่อง
ส่วนเซเวอรัสยังคงตกใจไม่หาย พอได้ยินเสียงเจมส์นั่นแหละถึงได้สติกลับมาบ้าง
“เท้าปุย! เท้าปุย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
หมาดำตัวนั้นหยุด แล้ววิ่งหนีหายไปอีกทาง จังหวะเดียวกับที่รีมัสปรากฏตัวเข้ามาอีกคน
“เรกูลัส? เสนป?”
.
“พวกนายไม่เป็นอะไรนะ?” รีมัสถามอีก ส่วนเจมส์มองทั้งสองคนพร้อมตีหน้าดุ
“มาทำอะไรที่นี่?”
เรกูลัสไม่ตอบ แต่เปลี่ยนเรื่องแทน
“แล้วซีเรียสไปไหน?”
“ฉันหลอนไปเองหรือเปล่าว่าได้ยินเสียงเรกูลัสถามหา?” ซีเรียสเดินเข้ามาจากทางด้านหลังเจมส์พร้อมพูดขึ้นให้ได้ยิน ปัดๆฝุ่นตามเสื้อผ้าแล้วเงยหน้ามาสบตาน้องชายด้วยแววตาวาววับ
.
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง” รีมัสลองดุดูบ้าง เพื่อทั้งสองคนจะยอมตอบ แต่เซเวอรัสก็ตีหน้ามึนใส่ ส่วนเรกูลัสหันไปจิกตาใส่พี่ชายแบบไม่สนใจอะไรรอบตัวในตอนนี้ทั้งนั้น ทำให้คุณพรีเฟคถึงกับถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าทำเวรทำกรรมอะไรมาถึงได้เจอแต่พวกดื้อด้านจอมก่อเรื่อง
.
“แล้วได้อะไรมาบ้าง” เซเวอรัสโพล่งถามในที่สุด เจมส์ที่พอจะดุแต่ก็ดุไม่ขึ้นเลยยอมแพ้จนได้
“ฉันได้มาสาม พวกนายล่ะ?”
“สี่” รีมัสตอบ ส่วนซีเรียสยักไหล่
“อะไร นี่ฉันแพ้พวกนายเหรอ? ได้มาแค่สามอย่างเท่านั่นแหละ”
“งั้นก็ขาดอีกแค่อย่างสองอย่าง?” เซเวอรัสถามกลับอีก “ให้ทายคงเป็นหญ้าสาบปลากับดอกกลิ่นจันทร์”
เจมส์พยักหน้า “ใช่ ของพวกนั้นอยู่ในป่าลึกไปอีก เข้าไปในรังของพวกเซนทอร์เลยด้วยซ้ำ”
“อันตราย..” เรกูลัสพึมพำ แต่พวกกริฟฟินดอร์ทั้งสามคนที่รักการผจญภัยโดยสายเลือดและเนื้อแท้กลับพูดขึ้นแบบไม่เดือดร้อน
“เราไม่มีเงินมากขนาดไปซื้อจากตลาดมืดจริงนี่จริงไหม?”.
.
ทั้งห้าคนตัดสินใจวางแผนเข้าไปใหม่ ดูจากสภาพแล้วคงต้องมีคนล่อและใครเข้าไปด้านใน
และแน่นอน พวกเขาไม่ปล่อยให้ลูกคุณหนูสลิธีรินเป็นคนล่อแล้วโดยฆ่าตายตั้งแต่สิบนาทีแรกหรอก
เรกูลัสแยกเขี้ยวใส่ตอนได้ยินคำพูดนั้นเพราะออกจะเป็นการดูถูกไปสักหน่อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาสู้ไม่เก่งเท่าพวกนั้นก็เป็นเรื่องจริง.
เรกูลัสมีฝีมือมากพอที่จะลักลอบเข้าไปข้างในได้ แต่ซีเรียสยืนยันจะตามเข้าไปช่วยมากกว่าจะยืนอยู่วงนอกเฉยๆ. เจมส์ที่เห็นอย่างนั้นเลยเปลี่ยนใจส่งลูปินเข้าไปด้วยอีกคน เพื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนช่วยได้ทัน
และที่สำคัญ ถ้าลูปินไม่อยู่อาจสะดวกกว่าสำหรับเขาและซีเรียสก็ได้

เจมส์เป็นคนเดินเข้าไปคนแรก ส่วนซีเรียสที่พอเห็นว่าไม่มีคนอื่นนอกจากพวกเขาสองคนก็กลายร่างเป็นหมาสีดำในทันที ยืนจังก้าแยกเขี้ยวขู่อยู่ข้างเพื่อน
“ผมว่าเรามีวิธีที่ดีกว่าสู้กันนะ”
เซนทอร์ไม่ฟัง –เจมส์คิดสงสัยว่าพวกเขาเคยฟังใครกันบ้างหรือเปล่า.
ธนูห่าใหญ่ตกลงมาที่พวกเขา ส่วนซีเรียส –เท้าปุย– ก็อาศัยความเร็วและความปราดเปรียวกระโจนเข้าไปกลางวง ฝังเขี้ยวลงไปกลางเนื้อของเซนทอร์ซักตนจนได้ สาบานได้ว่าในสายตาของเจมส์ เขาคิดว่าหมอนั่นดูจะสนุกสนานเกินเหตุไปเสียหน่อย
แต่ปล่อยไปสักครั้งก็ได้ พวกเขายังไม่อยากตายคาป่าต้องห้ามตั้งแต่ตอนนี้
.
หรืออย่างน้อยๆก็ไม่ใช่เวลานี้ ไม่ใช่ในตอนนี้เพื่อนของพวกเขาอยู่ในอันตราย
.
………………….
.
เซเวอรัสรู้สึกว่าเขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากวิ่งตามหลังทั้งสองคนอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ .รีมัสเป็นพวกคมในฝัก เขาพอรู้อยู่ ส่วนเรกูลัสเองก็มีฝีมือ แค่ไม่มีโอกาศได้โชว์
“นายมั่นใจนะว่าของจะอยู่ตรงนั้น?” เรกูลัสถามย้ำเสียงเบา
“มั่นใจ”
เซเวอรัสตอบสั้นๆ ดวงตาหลุบลงวูบหนึ่ง เมื่อตนเองพูดความจริงไปไม่หมด
หญ้าสาบปลาเก็บได้ตลอดทั้งปี แต่ตอนนี้เขาไม่มั่นใจว่าแสงจันทร์จะมากพอจะเก็บดอกกลิ่นจันทร์ได้หรือเปล่า แต่ได้แต่ภาวนา และหวังว่ามันจะไม่สูญเปล่า.
.
เก็บหญ้าสาบปลาไม่ได้ยากอย่างที่คิด มันอยู่ริมแม่น้ำแค่อาจต้องใช้เวลามองหาสักหน่อย แต่ถ้าคุณมีคนที่ได้คะแนนเต็มวิชาปรุงยาอย่างเซเวอรัส สเนปมาด้วย นั่นก็กลายเป็นเรื่องเล็กๆ
อาจเป็นที่สัญชาติญาณหรือความเป็นจริง แต่เรกูลัสคิดว่ามันออกจะง่ายไปเสียหน่อย
เขาไม่ได้คาดหวังให้มันยาก เพียงแค่— กับวัตถุดิบหายากและฝ่าฝูงเซนทอร์มันก็ควรจะยากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?
.
เซเวอรัสชี้ให้พวกเขาเห็นเนินดินเล็กๆตรงกลางป่า เป็นลานวงกลมที่ไม่มีต้นไม้ปรากฏขึ้นมา.ยกเว้นต้นใหญ่ต้นเดียวตรงกลาง แสงจันทร์ส่งสว่างทำให้ต้นตรงกลางเปล่งประกายสีขาว ทั้งสามคนตาวาว.
ต้นไม้ที่เคยเห็นแค่ในตำรา.
เซเวอรัสพุ่งเข้าไปก่อน ทั้งสองคนไม่ได้รีบตามไป เพียงแต่รอคุ้มกันอยู่รอบนอก
โชคดี –โชคดีจริงๆที่ตอนนี้แสงจันทร์มากพอ
.
“จะไม่มีใครเอาดอกกลิ่นจันทร์ออกไปได้ทั้งนั้น!” มีเสียงประกาศก้อง เซเวอรัสหันขวับ ภาพที่เขาเห็นคือเซนทอร์ตนหนึ่งยืนมองเขาด้วยท่าทางไม่พอใจ ส่วนตนหนึ่งลากแขนรีมัสที่ไม่ได้สติกลับเข้ามา
เซเวอรัสตกใจที่ไม่เห็นเพื่อนตนเอง แต่คิดเอาว่าถ้าเกิดว่าไม่ได้โดนลากเข้ามาก็คงปลอดภัย
“ผมจำเป็น—” เขารีบพูด
“ไม่มีวัน!”
ธนูลูกหนึ่งเฉี่ยวไปที่หัวไหล่ มันไม่ได้ปวดแต่แสบร้อน พร้อมทำให้หนังตาหนักอึ้งในฉับพลัน. เซเวอรัสหมดแรงล้มตัวลงบนพื้นจนกระทั่งได้ยินเสียงร่ายเวทย์ปลดอาวุธ
เขาสะลึมสะลือแทบไม่ได้สติแต่รู้สึกตัวว่ามีใครบางคนยกเขาขึ้นจากพื้น
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้ว่าเป็นเจมส์
เขาแค่คิดว่าคงเป็นเจมส์ แค่นั้นแหละ.

Advertisements

i was loved you 2

 

2. restricted section


เจมส์กลับขึ้นห้องมาตอนหัวค่ำแล้ว หลังจากทำบ้านโดนหักคะแนนไปเกือบๆห้าสิบคะแนนได้
ตอนนั้นทุกคนอยู่ในห้องกันพร้อมหน้า
“นายคิดว่าเขาจะปรุงยาให้เราจริงๆไหม?” ซีเรียสถามขึ้นเสียงเครียด ดูกังวลยิ่งกว่ารีมัสเสียเองที่ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นท่าทางเกินเหตุของเพื่อนสนิท
.
มนุษย์หมาป่าตัวต้นเรื่องหมุนตัวจากโต๊ะเขียนหนังสือมามองหน้าเพื่อนๆทุกคนในห้อง
“ฉันไม่คิดว่าเขาจะผิดคำพูดนะ”
เจมส์พยักหน้าขึ้นลงแบบเห็นด้วย
“ฉันไม่คิดว่าเขาจะบอกใครด้วยซ้ำ”
“ทำไมล่ะ?” ปีเตอร์ถามขึ้นอย่างไม่ค่อยเข้าใจ “เขาจะเก็บมันไว้เป็นความลับทำไม?”
“คิดดูสิ มันคุ้มกว่านะถ้าจะเก็บความลับนี้ไว้แล้วค่อยเอามาต่อรองกันทีหลัง และที่สำคัญ ต่อให้เขาพูดไปจะมีใครเชื่อ?”
ว่าพลางคว้าแอปเปิ้ลมากัด ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงจนได้ยินเสียงเหล็กเสียดสีกันดังบาดหู
“คนเดียวที่เขาพูดได้ และคนเดียวที่พอเชื่อก็มีแค่เรกูลัสเท่านั้นแหละ” ซีเรียสชิงพูดต่อ เจมส์แค่นเสียงหัวเราะ ชี้นิ้วมาทางเพื่อนอย่างเห็นด้วย
รีมัสส่ายหน้าระอากับเพื่อนสนิททั้งสองคน แต่พอเขาคว้าเสื้อคลุมเจมส์ก็ผลุงตัว เด้งขึ้นจากเตียงอย่างว่องไว
“นายจะไปตรวจหอแล้วเหรอ?”
“ใช่”
“ฉันไปด้วย”
ทุกคนในห้องเงียบกริบด้วยความประหลาดใจพอๆกัน ในขณะที่เจมส์เหมือนจะไม่ใส่ใจ เดินไปคว้าผ้าคลุมลองหนออกมาจากหีบ
“นายจะไปทำไมเจมส์?” เป็นรีมัสที่ถาม “นายไม่มีหน้าที่อะไรด้วยซ้ำ”
“ฉันคิดว่าฉันมีเรื่องต้องทำนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องไม่ดีหรอก”
สาบานได้ว่าไม่มีใครเชื่อ แต่ตอนนั้นเจมส์ก็ดูจริงจังเกินกว่าจะเถียงออก พวกเขาเลยปล่อยให้ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมล่องหนขึ้นมาแล้วหายตัว เดินตามหลังรีมัสไปโดยที่ไม่มีใครมองเห็น
.
พวกเขาทั้งสองคนเดินไปตามทางเดินอย่างเงียบเชียบ รีมัสหยุดเมื่อถึงทางแยกที่เจมส์คิดจะเลี้ยวโดยที่เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำเดียวราวกับว่าอ่านความคิดได้
“ฉันหวังว่านายจะรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่นะเจมส์”
“ฉันรู้” เจมส์ตอบกลับ “หรืออย่างน้อยๆฉันก็หวังดีนะ”
………………………………….
.
เซเวอรัสอยู่ในเขตหวงห้ามของห้องสมุด มันโง่เง่าสิ้นดีที่เขาจะยอมลงทุนเสี่ยงถึงขั้นนี้ แต่แน่นอนว่ายาวูลฟ์เบนไม่ใช่ยาที่จะหาได้ตามชั้นหนังสือทั่วไปได้แน่นอน
อันที่จริงมันไม่น่าแปลกใจเลยด้วยซ้ำถ้าเกิดว่าส่วนผสมในนั้นมีส่วนผสมต้องห้ามที่ต้องสั่งจากตลาดมืด
.
เขาไม่ได้ห่วงเรื่องขั้นตอนการปรุงยานัก แต่ห่วงเรื่องขั้นตอนการหาวัตถุดิบเสียมากกว่า
ต่อให้จะบอกให้พวกตัวกวนไปหากันมาเอง แต่เขาไม่ค่อยเชื่อมือนักหรอกว่าจะหามาได้ดีหรือตรงกับที่เขาต้องการจริงๆ
.
มือซีดไล่ไปตามสันหนังสือ ปากพึมพำชื่อมันไปด้วย จนกระทั่งเจอเล่มที่พอใจก็หยิบมาใส่อ้อมแขนสองสามเล่ม
เข้าเล่มที่สี่ก็มีใครบางคนเลื่อนมือมาหยุดไว้ก่อน ผลักหนังสือกลับเข้าชั้นก่อนที่จะได้ถูกดึงออกมา
“หนังสือต้องสาป” เสียงนั้นเป็นของเจมส์ แต่เซเวอรัสไม่เห็นอีกฝ่าย –อันที่จริงคือเห็นเพียงแค่ข้อมือ ซึ่งดูหลอนสิ้นดี– จนกระทั่งเขาเลื่อนเอาผ้าคลุมออก ถึงได้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์”นายแน่ใจนะว่าต้องการเล่มนี้?”
เซเวอรัสผละมือออก  “นายมาทำอะไรที่นี่ พ็อตเตอร์”
“มาช่วยน่ะสิ” เจมส์ตอบกลับ “นายคงไม่อยากจะถูกหักคะแนนข้อหาลักลอบเข้าเขตหวงห้ามของห้องสมุดหรอกจริงไหม?”
“ฉันเอาตัวรอดได้”
“เชื่อเถอะว่าฉันมีทางที่ดีกว่า” เจมส์ชูผ้าคลุมให้ดู “ผ้าคลุมนี่รับรองว่าไม่มีใครหาเราเจอ”
“นายไปหามาจากไหน?”
ดูเหมือนเซเวอรัสจะลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปแล้ว หรืออาจตกใจเรื่องผ้าคลุมมากกว่า ดวงตาสีมรกตจ้องมองผ้าในมือด้วยความสนใจ
“ของตกทอดในตระกูลน่ะ” เจมส์ตอบสบายๆ แล้วชิงเอาหนังสือมาถือเอง “เร็วเข้า เรามีเวลาไม่มากหรอกนะ”
.
“บางทีมันอาจไม่เขียนตามตรงหรอกนะว่าเป็นสูตรยาวูลฟ์เบน” เซเวอรัสอธิบาย เขาไม่มั่นใจว่าเจมส์รู้เรื่องนี้แค่ไหน แต่ตอนนี้มีคนช่วยมันก็ดีกว่าจริงๆ “มันอาจซ่อนอยู่เป็นกลอน หรืออาจเป็นสูตรยาที่ใกล้เคียงกันแล้วเอามาปรับเปลี่ยนก็ได้”
“ยากชะมัด”
“สงสัยตรงไหนก็ถามฉันแล้วกันพ็อตเตอร์”

“ส่วนนาย จะหยิบหนังสือเล่มไหนก็บอกแล้วกัน เดี๋ยวจะไปโดนหนังสือต้องสาปอีก”
.
พวกเขากระจายกันไปคนละมุม แต่เขตหวงห้ามก็ไม่ได้กว้างขนาดนั้น เจมส์หันหลังชนผนัง นั่งอยู่ซอกระหว่างผนังอีกด้านและชั้นหนังสือ แบบเดียวกันกับเซเวอรัสที่นั่งอยู่อีกมุม เพียงแต่หันหน้าเข้าหากัน
.
ทั้งห้องเงียบสงัด มีเพียงแต่เสียงพลิกหน้ากระดาษให้ได้ยิน เซเวอรัสเริ่มคิดว่ามันอาจไม่มีสูตรยาที่นี่ก็ได้
แต่เขาจะไปหาที่ไหนได้อีก?
.
เซเวอรัสปล่อยความคิดเขาไปเรื่อย ระหว่างที่หยิบหนังสือเล่มใหม่ขึ้นมาเปิดหา
แต่เจมส์เดินเข้ามาแล้วยื่นหนังสืออีกเล่มให้ที
.
“ฉันคิดว่ามันอาจใช่”
.
เจมส์สัญชาติญาณดีมาก –เป็นสิ่งหนึ่งที่เซเวอรัสต้องยอมรับในตัวอีกฝ่าย
.
หนังสือเล่มที่เจมส์ยื่นให้อาจไม่ใช่ยาวูลฟ์เบนที่เขาต้องการ แต่ทว่ามันให้ผลที่ไกล้เคียงกันมาพอ หากปรับสูตรอีกนิดหน่อยล่ะก็ ถ้าเพิ่มเปลือกของต้นวิลโลว์ ถ้าเกิดว่าเพิ่มรากลิลลี่เข้าไปอีก มันอาจได้ผลก็ได้.
.
“มันอาจได้ผล –แต่ฉันไม่รับประกันหรอกนะ”
เจมส์มองเขาด้วยสายตาคาดหวัง จนแม้กระทั่งเซเวอรัสไม่เงยหน้าขึ้นไปมองก็พอรับรู้ได้
“แต่มันอาจเป็นอะไรที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่เรามี”
เซอเวอรัสรีบจดทุกอย่างที่จำเป็นลงกระดาษ เจมส์เหลือบมองลายมือเป็นระเบียบเหล่านั้นด้วยความทึ่งอยู่หน่อยๆ ก่อนที่จะคว้าหนังสือเล่มอื่นไปเก็บให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เสียเวลา
.
เสียงฝีเท้าทำให้ทั้งคู่ชะงัก เซเวอรัสรีบพับกระดาษที่จดเข้ากระเป๋าเสื้อด้วยความระมัดระวัง ในขณะที่เจมส์รีบย่องกลับมาแล้วสะบัดผ้าคลุมทั้งสองคนเอาไว้
.
ใครบางคนร่ายเวทย์ลูมอสส่องเเสงสว่างอยู่ที่ปลายไม้กายสิทธิ์ เจมส์ไม่คิดว่าจะเป็นอาจารย์หรอก อาจเป็นแค่พรีเฟคสักคนเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเสี่ยงไปเจอคนที่เจรจาไม่ได้เข้าเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง
ส่วนเซเวอรัสที่ไม่ได้คุ้นชินกับการกระทำผิดกฏได้แต่หลับตาลงภาวนา ขอให้เป็นใครสักคนที่เดินผ่านไปไม่สนใจพวกเขา หรืออาจเป็นเรกูลัสที่ออกมาเดินตามหา
.
“รีมัส” เจมส์พึมพำระหว่างเอาผ้าคลุมออก “โชคดีจริงที่เป็นนาย”
“ใช่ นายโชคดีมาก ไมเคิลเกือบจะมาตรวจตรงนี้แต่ฉันขอมาแทน” รีมัสตอบกลับ ในขณะที่เจมส์ยิ้มแย้ม ดูออกอยู่หรอกว่าเพื่อนรู้    รีมัสต้องรู้อยู่แล้วว่าเขามาในเขตต้องห้าม
“เจออะไรบ้างหรือเปล่า?” คราวนี้รีมัสเลื่อนสายตาไปหาเซเวอรัสที่กระพริบตาปริบๆ ลืมไปชั่วขณะว่าอีกฝ่ายก็เป็นพรีเฟ็คกริฟฟินดอร์ ซึ่งตอนนี้พอเข้าใจแล้วว่าทำไมแก็งค์ตัวกวนถึงได้ก่อเรื่องได้บ่อยๆ ถ้ามีเพื่อนเป็นพรีเฟคก็แทบจะเหมือนมีเส้นสายอยู่ในหมู่อาจารย์อยู่แล้วด้วยซ้ำ
.
“เจอ” คนที่ไม่ได้โดนถามตอบแทน “แต่ออกไปคุยกันข้างนอก หรือพรุ่งนี้เถอะ”
รีมัสพยักหน้าเห็นด้วย มองทั้งสองคนหายวับไปใต้ผ้าคลุมแล้วค่อยเดินนำออกไปจากเขตหวงห้าม
“นายจะบอกเขาไหม?” เซเวอรัสพึมพำถามขึ้นมาในตอนที่พวกเขาทิ้งระยะห่างมากพอที่จะกระซิบโดยที่รีมัสไม่ได้ยิน “จะบอกหรือเปล่าว่ามันอาจไม่ได้ผล?”
“ต่อให้มันจะได้ผลแค่หนึ่งในร้อย ฉันคิดว่ารีมัสก็ยินดียอมรับความเสี่ยง ฉันกลัวว่าเป็นซีเรียสด้วยซ้ำที่จะโวยวาย”
ประโยคหลังเขาพยายามจะพูดติดตลก แต่เซอเวอรัสไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาตลกด้วย
พวกเขาแยกกันหน้าบันใดเวียน
“ฝากเรกูลัสด้วย” เจมส์พูดก่อนที่จะเลื่อนผ้าคลุมออก ส่วนรีมัสยืนรออยู่ชานบันไดไม่ใกล้ไม่ไกลไม่ได้แอบฟัง แต่เงียบขนาดนั้นยังไงก็ได้ยิน เลยรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดถึงน้องชายของซีเรียสทำไม “ฉันว่าซีเรียสก็เป็นห่วงเขา ต่อให้ไม่ได้พูดออกมา”
.
“แล้วเจอกันพรุ่งนี้เซเวอรัส”
.
เซเวอรัสไม่ได้พูดอะไรตอบ ถึงแม้จะเป็นมารยาทที่ดีก็ตาม เขาสับสนเกินกว่าจะพูดอะไรทั้งนั้น
เจมส์ไม่ใช่คนที่เลวร้าย –แต่ที่เจ้าตัวเคยทำร้ายเขาก่อนหน้านั้น—
มันไม่ยุติธรรมเลยที่เจมส์ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยทะเลาะกันมา
.
หรือบางทีพวกเขาอาจโตขึ้น? หรืออาจเป็นที่เขาใจอ่อนเกินไป?
.
แต่ไม่ว่าจะยังไงเซเวอรัสบอกไม่ได้ว่ามันดีหรือไม่ดีกันแน่


ถ้าสงสัยว่าทำไมเซเวอรัสกับเจมส์ถึงดูไม่ค่อยทะเลาะกัน เราว่าเซเวอรัสน่ะใจอ่อนค่ะ ‘v’ สถาณการณ์ก็บังคับด้วยส่วนหนึ่ง จะมามัวแต่ทะเลาะก็โดนจับได้กันพอดี อะไรทำนองนี้ แถมที่สำคัญ เซเวอรัสเองอาจชินกับการที่มีเจมส์มาวนเวียน ป้วนเปี้ยน คอยเเกล้งอยู่แล้วด้วยค่ะ นอกจากนี้ เพราะความใจอ่อนของเซเวอรัส เลยเริ่มเห็นด้านที่ดีๆของเจมส์ด้วยค่ะ
สำหรับคู่ซีเรียสกับรีมัสอาจรอไปอีกหน่อยค่ะ ช่วงแรกอาจยังไม่มีบท แฮะๆ