[fanfic] Kiss (gil X enkidu)

เหตุเกิดจากวันจูบค่ะ เลยอยากลองแต่งฉากจูบดู U.U

โครตลั่นอีกแล้ว

pairing : Gilgmash X enkidu

……………………………………………………………………………………………………………………….

ผมไม่ต้องการสิ่งใดในโลกนอกจากเธอ

                                                           william shakespeare

ใช่ว่ากิลกาเมชไม่เคยพ่ายแพ้

เขาพ่ายแพ้ต่อรอยยิ้มหวานนั่นนับครั้งไม่ถ้วน

ตกหลุมรักอย่างไม่จบสิ้นทุกครั้งที่เห็น

เหมือนคนโง่ และงี่เง่า

แต่เขาก็ยินดีเพื่อที่จะได้เห็นรอยยิ้มนั้น

.

เอนคิดูนั่งอยู่ใต้เงาไม้ ในมือถือหนังสือที่ละสายตาออกมาสนใจกับคนตัวโตที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้า สบตากับดวงตาสีส้มทองเหมือนพระอาทิตย์ยามเย็นอย่างที่ตนชอบ

คนตัวเล็กขยับยิ้ม ดวงตาสีมรกตฉายแววเป็นประกายน่าหลงไหลอย่างเช่นทุกครั้ง

แต่กิลกาเมชคิดว่ามันดูน่าหลงไหลมากขึ้นเรื่อยๆอย่างไร้จุดสิ้นสุดทุกครั้งที่เขามอง

นั่งลงสิ” ร่างเพรียวพูด พร้อมกับวางหนังสือลงข้างกาย กิลกาเมชจึงทิ้งตัวลงฉวยโอกาศเอนตัวนอนลงบนตัก พอไม่ทันเอนคิดูจะได้โวยวายเล็กๆก็แทรกขึ้นมาก่อน

ขอข้านอนพักก่อนสิ” ไม่วายโอบรอบเอวไว้ต่างหมอนอีกด้วยพร้อมซุกหน้าลงกับหน้าท้องเบนราบอย่างฉายโอกาสเมื่อได้ที

.

เอนคิดูถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อพอรู้ว่าพูดไปก็คงไม่ได้เข้าหู ยังไงกิลกาเมชก็คงหาทางได้อยู่ดี

เลยปล่อยเลยตามเลย

ลูบเรือนผมสีทองไปมาอย่างเบามือ

กิลกาเมชลืมตา เงยหน้าขึ้นมามอง

เอื้อมมือขึ้นมาเกี่ยวผมสีมะกอกทัดหูให้

ไหนบอกจะนอนพัก” คนตัวเล็กพูดยิ้มๆ

นานๆทีข้าจะได้อยู่กับเจ้าแบบนี้” กิลกาเมชตอบหน้าตาย ในขณะที่คนฟังเริ่มมีใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ ตอบกลับโดยพยายามพูดเสียงนิ่งที่สุด

คิดบ้างหรือเปล่าก่อนจะพูดอะไรออกมา?”

คนตัวโตหัวเราะในลำคอ

เอนคิดูใบหน้าร้อนผ่าว แก้เขินโดยการเงยหน้าขึ้นหนีสายตา จับรวบผมแล้วปัดข้ามไหล่ไปข้างหนึ่ง

เจ้าจะยังคงอยู่กับข้าใช่ไหม?”

.

คราวนี้เอนคิดูยอมก้มหน้าลงมาสบตาด้วย

.

ข้าต่างหากควรถามท่าน. ท่านจะยังคงอยู่กับข้าใช่ไหม?”

กิลกาเมชขยับยิ้ม คราวนี้ฝ่ายที่พ่ายแพ้คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเอนคิดูเสียแทน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ฝ่ามือกว้างประคองข้างแก้มเขาเอาไว้

เราจะอยู่ด้วยกัน ตลอดไป”

เขาเลื่อนมือเข้าไปโน้มคออีกคนให้ก้มลงมาหา

ให้ประทับจูบหวานลงที่ริมฝีปาก แล้วเป็นฝ่ายช่วงชิงเสียเอง

จูบที่แผ่วเบา แต่ทว่าวาบวาม

ตีตราเป็นเจ้าของ

แทนคำบอกให้รู้ว่า รัก โดยที่ไม่ต้องเปล่งเสียง และบอกให้รู้ว่าหัวใจถูกช่วงชิงไปแล้วโดยฝีมือของอีกคน

.

พวกเขาผละออก แต่ใบหน้ายังคงห่างกันไม่ถึงคืบ

รู้สึกถึงลมหายใจโดยสายตาประสานกัน

ท่านเคยถามว่าข้าต้องการสิ่งใดมากที่สุด” เอนคิดูพูดขึ้นก่อน “ข้าไม่ตอบเมื่อคราวที่แล้ว”

เจ้าต้องการสิ่งใด?”

อยู่กับท่าน” คนตัวเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มหวานตรึงตา “ได้ใช่ไหม?”

รู้อะไรไหม?” กิลกาเมชถามกลับ ลูบเรือนผมสีมะกอกอย่างหลงไหล

.

นั่นเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ข้าต้องการพอดี”

Advertisements

[fanfiic] First met (chibigil X enkidu)

*Rewrite แล้ว*
ฟิคโครตวูบ เป็นจักรวาล Fate go ค่ะ

pairing : chibiGilgamash X enkidu

……………………………………

เสียงฝีเท้าดังก้องตามบันไดวนที่ทอดยาวลงไป.

กิลกาเมชรู้ดีถึงข้อห้ามที่ถูกย้ำนักย้ำหนา.ว่าห้องใต้ดินเป็นสถานที่ต้องห้ามเหนือสิ่งใด..

แต่ความอยากรู้อยากเห็นกำลังฉุดรั้งตัวเขาลงไป

ดำดิ่งลงไป.

.

ราวกับเวทมนต์

.

ประตูบานใหญ่ปรากฏสู่สายตาเมื่อลงมาถึงบันไดขึ้นสุดท้าย. แสงคบเพลิงที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทำให้ทั้งห้องสว่างไสว และเป็นประกายวูบไหวอยู่ในดวงตาสีเพลิงเฉกเช่นเดียวกันของเด็กชาย. ในตอนที่เขากำลังก้าวเดินเข้าไปหาประตูบานนั้นเรื่อยๆ. หยุดลงต่อเมื่อปลายนิ้วสัมผัสลงกับมัน ลากไปตามร่องรอยการแกะสลักประณีตเหล่านั้นอย่างเชื่องช้า

กิลกาเมชรู้ดีว่ายังไม่สายเกินไปที่จะหันหลังกลับ แล้วแสร้งว่าเรื่องทั้งหมดนี่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย.

.

พอคิดได้อย่างนั้นหัวใจของเขาดูเหมือนจะเต้นแรงขึ้นไปอีก

.

ก่อนที่เขาจะหลับตาลง แล้วผลักประตูบ้านนั้นช้าๆ. ระหว่างที่สัญญากับตนเองว่าไม่เสียใจในสิ่งที่ตนเองทำลงไป.

.

รอบห้องเต็มไปด้วยข้างของระเกะระกะ แต่สายตาของกิลกาเมชหยุดลงที่ร่างซึ่งนอนอยู่บนแท่นตรงกลางห้องก่อนที่จะได้สำรวจอะไรให้ชัดเจน.

สายตาของเขาหยุดลงแค่นั้น และไม่สามารถจะเปลี่ยนไปที่ไหนได้อีก.

.

หล่อน ให้ความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด. ให้ความรู้สึกอย่างอบอุ่นและโอบอ้อมอารีย์ เหนือไปยิ่งกว่านั้นคือความซื่อสัตย์ที่เขาสามารถรับรู้ได้ทั้งหมดผ่านความรู้สึก.

ราวกับจิตใจของเขาเป็นของเธอ.

ความคิดของเขาเป็นของเธอ

แต่เขายังคงเป็นตัวของเขาเอง

.

กิลกาเมชไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเลย. มันเป็นเวทมนต์ประหลาดที่ไม่เคยพบเจอ.

แต่เขารับรู้ว่านี่เป็นเรื่องดีๆ.

.

สองขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ หยุดลงข้างๆแท่นนอนแล้วก้มลงมองร่างที่นอนอยู่อย่างพิจารณา

เธอเหมือนกำลังจมลงไปสู่ห้วงนิทรา. หลับฝันถึงสิ่งดีๆที่ไม่มีวันสิ้นสุดในโลกมารยา

ดวงตาคู่นั้นจ้องมองก่อนเห็นได้ชัดถึงความไม่สมบูรณ์แบบที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้ความสมบูรณ์แบบทุกระเบียบนิ้วเหล่านั้น.

.

เธอไม่ใช่มนุษย์.

.

เขายกมือขึ้นมาประคอง นิ้วมือ. ฝ่ามือ ความละเอียดทุกอย่างดูประณีตยิ่งกว่ารูปแกะสลัก. เป็นผลงานรังสรรค์ของพระเจ้าโดยแท้จริง.

แต่เพียงแค่กระพริบตา.

ชั่ววินาทีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง.

.

ทุกสิ่งเมื่อครู่หายวับไปทันใด.

ทุกสัมผัส ทุกความรู้สึก.

มีความอบอุ่นของแสงแดด และกลิ่นหอมๆของดอกไม้ใบหญ้าเข้ามาแทนที่

.

หล่อนยืนอยู่ตรงหน้าเขาท่ามกลางทุ่งดอกแดฟโฟดิลที่บานสะพรั่ง มันตัดกับเรือนผมสีมรกตซึ่งยาวถึงข้อเท้าอย่างเข้ากันดี ราวกับภาพวาดของจิตรกรชั้นเอก.

.

“เจ้าเป็นใครงั้นหรือ?” เธอถามเขาเสียงนุ่ม ด้วยท่าทีประหลาดใจเล็กๆระคนกับเอ็นดูในรอยยิ้มหวาน

“กิลกาเมช” เด็กชายตอบ “อนาคตราชันย์”

ร่างเพรียวเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบอย่างนั้น

“มันออกจะเร็วไปไม่ใช่หรือที่เราจะพบกัน?”

“เร็วไป?” กิลกาเมชร้องทวนคำ “วันหนึ่งเราจะพบกันเช่นนั้นหรือ?”

.

รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่เจ้าตัวเดินเข้ามาใกล้ และย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากัน
.

“ใช่. เร็วไป”

“อนาคตไม่แน่นอน ท่านอาจารย์สอน”

มือเรียวเอื้อมมือมาสัมผัสที่ข้างแก้ม อ่อนโยน แผ่วเบา โอบอุ้มทุกความรู้สึกเอาไว้. เอ่ยตอบด้วยถ้อยคำที่ไม่ต่างจากสัญญา

“เราจะเจอกันแน่นอน”

.

“ทำไมท่านถึงมั่นใจ?”

กิลกาเมชละสายตาจากดวงตาคู่นั้นไม่ได้. มันเป็นประกายไม่ต่างจากดวงดาว และส่องสว่างให้ใจเขา.

“เพราะข้าเป็นของท่าน หนุ่มน้อย”

เสียงหวานกลั้วหัวเราะแผ่วเบา

“เอนคิดูเป็นของท่านมาตั้งแต่แรกสร้าง”

.

กิลกาเมชเอื้อมไปกอบกุมมือเรียวเอาไว้ ให้สัตย์สาบานกับตนเองอย่างเงียบเชียบในจิตใจ.

.

จงเป็นราชันย์ที่ยิ่งใหญ่ ให้สมควรกับที่มีเอนคิดู