[fanfic star trek] 100 roses (spirk)

… คู่นี้มันกร๊าวใจจริงๆค่ะ…ทำให้สงสารหมอได้ตลอด ในฐานะคนโดนเมินแบบไม่ใยดี 5555555

pairing : spock X Kirk

……………………………………………………………………………………………..

เจมส์ เคิร์ก จะตื่นมาทุกเช้าพร้อมกับดอกกุหลาบที่ถูกตั้งเอาไว้หน้าห้องกัปตัน
บางวันเป็นกุหลาบแดง บางวันเป็นกุหลาบขาว
เขาเคยถามฝ่ายวิจัยว่ามีใครขอดอกกุหลาบไปจากสวนพฤกษศาสตร์บ้างหรือเปล่า แต่ทุกคนบอกว่าเปล่า ต้นไม้ทุกต้นและดอกไม้ทุกดอกยังคงอยู่ดี
.
แล้วเป็นฝีมือของใคร?
.
“มันไม่น่าแปลกเหรอโบนส์? ใครจะกุหลาบมาตั้งไว้ให้ฉันทุกๆเช้ากัน?” กัปตันบ่นในตอนที่เขานั่งอยู่บนเตียงพยาบาล ปล่อยให้นายแพทย์ใหญ่ประจำยานอย่างคุณหมอแมคคอยตรวจร่างกายตามตาราง เพราะโดดหนีมาสองรอบติดกันแล้ว และเขารู้ว่าต่อให้ไม่ชอบแค่ไหน แต่การโดดครั้งที่สามติดกันอาจมีการฆาตกรรมโดยฝีมือของหมอเองนั่นแหละ
จิมยังมีภาระหน้าที่เยอะเกินกว่าจะกลายเป็นศพในตอนนี้
“อาจเป็นแฟนคลับนายสักคนไงพ่อคนดัง” นายแพทย์ตอบอย่างไม่ค่อยสนใจนักระหว่างละมือมาก้มหน้าก้มตากด PADD พิมพ์รายงานผลการตรวจสุขภาพ ส่วนกัปตันพอได้ยินอย่างนั้นก็กรอกตาไปมา
“แต่ตั้งสามเดือน ใครจะไปมีความอดทนขนาดนั้น?”
แมคคอยเงยหน้าขึ้นมาหาเพื่อนสนิท
“เยอะแยะ ขนาดพยาบาลมีอายังเป็นคนมีความอดทนอยู่กับฉันได้เป็นปี หรืออูฮูร่า หรือสป็อค พวกเขามีความอดทนกันทั้งนั้น ฉันว่าประเด็นสำคัญคือใครอยากให้ดอกไม้นายมากกว่า”จิมขมวดคิ้วมุ่น “แล้วนายคิดว่าใคร?”
“ที่แน่ๆฉันไม่พิศวาสแกถึงขั้นตามให้ดอกไม้ทุกเช้าแล้วกันว่ะ”
พอได้ยินอย่างนั้นคนเป็นกัปตันก็ขยับยิ้ม “นายก็น่าสงสัยนะ”
“หมดธุระก็ออกไปได้แล้วไป! เชคอฟ นายเป็นคิวต่อไป!”
จิมยังคงไม่วายส่งยิ้มยิ้มล้อเลียนทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินออกไป
.
หมดอัลฟ่าชิบแล้วจิมเลยตรงไปที่ห้องพัก เขาเดินเข้าไปในห้องโดยที่เหลือบมองครอบแก้วโดยที่ภายในมีกุหลาบของทุกๆวันใส่รวมๆเอาไว้ในแจกันจนกลายเป็นช่อโต
ครอบแก้วช่วยเก็บรักษาให้ทุกดอกยังคงดูสดไม่ต่างจากบนต้น
เขาใส่ของวันนี้เข้าไปด้วย
รวมทั้งหมดเป็น 92 ดอกพอดี
บางทีนะ… บางที พวกมันอาจมีความหมายอะไรบางอย่างเพียงแต่เขาไม่รู้ก็ได้? และตัวเขาเองก็ไม่รู้ความหมายของดอกไม้ด้วย
จิมหยิบ PADD ของตนเองขึ้นมาพิมพ์ จัดการค้นหาข้อมูลความหมายของดอกไม้
กุหลาบแดงหมายถึงฉันรักเธอ ส่วนกุหลาบเขาหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์
แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะค้นหาอะไรอีก เลยทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับไปทั้งอย่างนั้น
.
วันรุ่งขึ้น มื้อเช้า

.
จิมเจอกับแมคคอยที่ส่วนห้องอาหาร เขาเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆโดยที่ไม่ได้สนใจจะขออนุญาตแต่อย่างใด ฝ่ายแมคคอยก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย
“เฮ้ โบนส์” จิมทัก ส่วนคุณหมอพยักหน้าหงึกหงักแล้วกลืนขนมปังลงคอ ก่อนทักตอบตามมารยาท
“ว่าไงจิม”
“ฉันรู้ว่านายมันเสือผู้หญิง” แมคคอยไม่ค่อยมั่นใจนักว่านั่นเป็นสิ่งที่ควรจะภูมิใจหรือเปล่า
“แล้วไง?”
“บอกฉันทีสิว่าดอกกุหลาบ 93 ดอกนี่มันหมายความว่ายังไง?”
ชายหนุ่มหยุดคิดไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะโปรยรอยยิ้มเสน่ห์แดนใต้ที่ภูมิใจหนักหนาเป็นนัยยะ
“นายต้องรู้เอง”
จิมตีหน้ามุ่ยอย่างเด็กเอาแต่ใจขึ้นมาทันที “นายก็บอกฉันสิ!”
แต่คนเจนโลกก็ยังคงเอาแต่ยิ้ม ลุกขึ้นยืนพร้อมกับตบบ่าเพื่อนสนิทพูดให้คิดก่อนหนีหายไปเฝ้าห้องพยาบาลตามหน้าที่
.
“เฮ้ ฟังนะ เชื่อฉันเถอะว่านายควรจะฟังจากคนที่ให้กุหลาบกับนายเองมากกว่า อีกไม่กี่วันหรอก เมื่อกี้นายบอกว่า 93 ใช่ไหม? ก็แค่อีกหกวัน หรืออาจเจ็ดวัน แค่นั้นเอง”
.
จิมก้มหน้าลง รัวนิ้วเคาะโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่จะคว้าขนมปังกับแล้วตัดสินใจทิ้งซุป เพื่อเดินไปทำงานที่ห้องควบคุม

หลังจากนั้นเขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกคำพูดนั้นเล่นงานหนักขนาดไหน

.

เขาเผลอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อโดยไม่รู้ตัวไปเสียแล้ว
.
กุหลาบดอกที่ 100 วันที่เจ็ดหลังจากที่เขาจับเวลานับถอยหลังในใจตั้งแต่หลังจากที่คุยกับโบนส์ไปวันนั้น

กัปตันตื่นเช้าด้วยท่าทีสดใสกว่าปกติ

เพราะเมื่อวานไม่มีอะไรพิเศษ ดังนั้นเขาจึงคิดว่ามันต้องเป็นวันนี้

.

เขาลุ้นระหว่างที่ประตูเปิดออก แวบเเรกก็แอบเสียดายเมื่อเห็นเป็นกุหลาบอยู่อย่างเดิม แต่พอหยิบขึ้นมาจึงเห็นว่ามีกระดาษโน้ตเล็กๆคล้องเอาไว้ด้วย
.
กุหลาบ 100 ดอก, ผมอุทิศชีวิตนี้เพื่อคุณ
.
ถึงโน้ตจะไม่ได้ลงชื่อ แต่ตอนเขาก็รู้แล้วว่าฝีมือใคร มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาจำลายมือได้ดี
เขาจึงตัดสินใจจะเก็บมันลงไว้ในกระเป๋าพกติดตัว แล้วเขากะอัลฟ่าชิบโดยที่ทำดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงตอนแรกจะใบหน้าร้อนผ่าว แต่ก็เก็บอาการเอาไว้ได้อย่างแนบเนียบ
.
สป็อคยังคงมาทำงานเหมือนทุกวัน เฝ้าอยู่ที่สถานีเยื้องไปทางด้านขวาหลังเขา
สป็อคเป็นวัลแคน และทำงานควบสองกะโดยอ้างว่าวัลแคนพักผ่อนน้อยกว่ามนุษย์
ตอนแรกจิมก็ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่พออีกฝ่ายยืนยันเขาจึงยอมแพ้ เพราะวัลแคนก็หัวดื้อพอๆกันนั่นแหละ แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่ฝืน วันไหนจะพักก็ขอให้แลกเวรกับเขาก็ได้
.

“กัปตันดูอารมณ์ดีนะครับ” ซูลูทัก จิมยิ้มหวาน แต่ไม่ยอมตอบอะไร

.
เขาเดินเข้าห้องพยาบาลเพื่อไปหาแมคคอยเหมือนตามปกติเมื่อหมดอัลฟ่าชิบ
“ว่าไง” แมคคอยทักอย่างอารมณ์ดี พอเห็นได้ชัดว่าวันนี้ไม่ได้ปะทะฝีปากกับใครมาให้อารมณ์เสียเล่นๆ “รู้แล้วหรือยังล่ะว่าใครแฟนคลับนาย?”
“รู้แล้ว” จิมตอบ ส่วนแมคคอยโคลงหัว
“ให้ฉันเดานะ… สป็อค”
ชายหนุ่มตาโตขึ้นมาทันที ร้องถามกลับอย่างประหลาดปนตกใจ “นายรู้ได้ไง!?”

หมอผีหรือไงน่ะ?
“เพราะถ้าเป็นผู้หญิงนายจะไม่มาหาฉันที่ห้องพยาบาลหรอก ไอ้เสือร้าย แถมที่สำคัญ ฉันเคยเห็นบางครั้งว่าไอ้หนูผีหูแหลมนั่นมันชอบแอบมองแก”
“แล้วฉันควรทำไง?”

หมอแมคคอยพอได้ยินคำถามนั้นก็ถอนหายใจเอือมๆแล้วเดินหนี
“ไม่รู้โว้ย! เรื่องของตัวเองก็เคลียร์กันเองสิวะ! ฉันเป็นหมอ ไม่ใช่นักบำบัดจิต!”
รู้สึกผิดชะมัดที่ตามใจจนจิมไม่รู้จักโต….ให้ตายสิ
.
จิมเดินเล่นไปมา หาที่นั่งเล่นจนกว่าจะหมดอีกกะ
พอได้เวลาก็ลุกขึ้นเดินไปหน้าห้องของรองกัปตันในทันที สป็อคเพิ่งมาถึงหลังเขาไม่นาน มองด้วยความประหลาดใจเล็กๆ
“นี่ฝีมือนายใช่ไหม?” จิมหยิบโน้ตอันเล็กขึ้นมาส่งให้ วัลแคนมองโน้ตอันนั้นแหละกัปตันของเขาสลับกันไปมา
“ครับ”
“ดอกไม้นั่นก็ไอเดียนาย?”
“…ครับ..”
“ฉันคิดว่ามันจะไม่สมเหตุสมผลซะอีก”
สป็อคเงียบ ในขณะที่จิมกอดอกรอฟังคำตอบ
.
“มันสมเหตุสมผลครับ” เขาพูดขึ้นในที่สุดด้วยท่าทีกังวลใจเล็กๆ “มันสมเหตุสมผลที่คุณสมควรจะรู้ครับ..”
.
“สิ่งที่อยู่ในโน้ตเป็นสิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณครับจิม”
จิมขยับยิ้มซุกซน
“นายควรจะบอบฉันตรงๆนะรู้ไหม?”
พอพูดอย่างนั้นสป็อคก็เลยสบตาด้วยท่าทีจริงจัง
.
.
“ผมรักคุณ”

Advertisements